แสดงกระทู้

This section allows you to view all posts made by this member. Note that you can only see posts made in areas you currently have access to.


Messages - siritidaphon

หน้า: [1] 2 3 ... 11
1
ไม่ว่าใครก็อยากมีผิวขาวใส และหากจะขาวใสขึ้นได้ในราคาประหยัด ปลอดภัย ก็คงเป็นที่น่าสนใจไม่น้อย วันนี้เราเลยหยิบเอาสูตรผิวขาวจากวัตถุดิบธรรมชาติรอบตัวมาฝาก ทำยังไงบ้าง ไปดูกันเลยค่ะ

1.ขมิ้น

ขมิ้น เป็นสมุนไพรไทยที่มีสรรพคุณเด่นในเรื่องของการดูแลรักษาผิวพรรณ ซึ่งในยุคโบราณจะนำไปทำเป็นเครื่องประทินผิวและยังเป็นยาสมุนไพรรักษาอาการของผด ผื่นคันได้ด้วย จนถึงยุคปัจจุบันก็ยังคงนิยมใช้กันอยู่ เพราะขมิ้นจะช่วยยับยั้งการเจริญเติบโตของเชื้อแบคทีเรีย อันเป็นสาเหตุของการเกิดสิว จะช่วยให้ผิวพรรณแลดูกระจ่างใสมากขึ้น

2.น้ำผึ้ง

น้ำผึ้ง มักจะถูกนำไปเป็นส่วนผสมของผลิตภัณฑ์ดูแลผิวหลายชนิด เพราะน้ำผึ้งมีคุณสมบัติช่วยสมานผิว ช่วยกักเก็บน้ำให้คงความชุ่มชื้นต่อผิว ช่วยให้ผิวมีความยืดหยุ่นอยู่เสมอและยังปกป้องผิวจากอนุมูลอิสระ น้ำผึ้งจึงมักเป็นตัวเลือกที่ดีในการดูแลผิว เพราะสามารถคืนความชุ่มชื้นให้กับผิวของเราได้

3.มะเขือเทศ

มะเขือเทศ ช่วยบำรุงและดูแลผิวพรรณได้หลายทาง ทั้งกินทั้งพอกบนใบหน้าก็ได้ เพราะประโยชน์ของมะเขือเทศมีมากมาย มีทั้งวิตามินเอ วิตามินซี และสารอาหารที่มีความสำคัญต่อร่างกาย ขอแนะนำสูตรการใช้มะเขือเทศในการดูแลผิวหน้าง่ายๆ โดยคั้นเอาน้ำมะเขือเทศเตรียมไว้ นำสำลีชุบน้ำมะเขือเทศทาให้ทั้งใบหน้าและนวดเบาๆ ทิ้งไว้ประมาณ 10 นาที แล้วล้างออก ก็จะช่วยให้ผิวดูกระจ่างใสขึ้นได้ นับเป็นสูตรหน้าใสที่ต้องลอง

4.มะขามเปียก

มะขามเปียก เป็นสมุนไพรที่มีอยู่ในครัวเรือนกันแทบทุกบ้านเลยก็ว่าได้ ด้วยมะขามเปียกมีรสชาติเปรี้ยวและมีฤทธิ์เป็นกรด จึงมี AHA ที่สามารถใช้ขัดผิวได้ จะช่วยให้เซลล์ผิวที่ตายแล้วหลุดออกได้เป็นอย่างดี สามารถนำมาพอกหน้าและพอกผิวกายได้ ก็จะทำให้ผิวกลับมาเนียนนุ่มและดูกระจ่างใส ซึ่งการพอกหน้าด้วยมะขามเปียกมีด้วยกันหลายสูตร แต่ขอแนะนำสูตรง่ายๆ คือ นำมะขามเปียก 1 ก้อน มาผสมนมสดรสจืดและน้ำผึ้ง ผสมคลุกเคล้าให้เข้ากันแล้วนำมาพอกหน้าทิ้งไว้ ประมาณ 15 นาที แล้วล้างออก เป็นสูตรหน้าใสที่ได้รับความนิยมอย่างมากเลยล่ะ

5.ไพล

ไพลเป็นสุมนไพรที่มีมาแต่โบราณเป็นพืชตระกูลเดียวกันกับขิง ข่า คู่กับความสวยงามของสาวๆ มาจนถึงปัจจุบัน ไพลมักเป็นสมุนไพรที่ถูกนำไปเป็นส่วนผสมของยาอบสมุนไพร ที่ช่วยสมานผิว ทำให้ผิวเต่งตึง ลดริ้วรอย จุดด่างดำและป้องกันการเกิดสิว เพียงนำไพลมาหั่นเป็นชิ้นๆ แล้วปั่นผสมร่วมกันกับดินสอพองจนละเอียดเป็นเนื้อเดียวกัน แล้วเติมน้ำสะอาดที่ต้มสุกแล้ว 1 ถ้วยตวง ปั่นให้เข้ากัน แล้วปั้นเป็นก้อนตากแดดให้แห้งเก็บใส่ขวดโหลไว้ ตอนใช้ก็นำมาผสมน้ำเล็กน้อยแล้วพอกไว้ก่อนนอน เป็นทั้งสูตรหน้าใสและป้องกันสิวในตัวเลยทีเดียว

เคล็ดลับพอกหน้าง่ายๆ เหล่านี้ สาวๆ ทำตามได้ไม่ยากเลยค่ะ หาสมุนไพรชนิดไหนได้ง่าย ก็ใช้สมุนไพรชนิดนั้นตามความสะดวกได้เลย รับรองงานนี้ผิวสวยและขาวใสชัวร์





เคล็ดลับดูแลผิวให้ ขาวใส มีออร่า สวยสะกดตาด้วยวัตถุดิบรอบตัว ดูเพิ่มเติมได้ที่ https://www.beautysanta.com/ขาวใสวุฒิศักดิ์/

2
ตอนเย็นอยากเจริญอาหารแต่ก็ไม่อยากอ้วน มาทำน้ำพริกปลาแซลมอน เมนูน้ำพริกแคลอรีต่ำหอมอร่อยจากเครื่องที่คั่วเอง ทำง่าย ๆ วัตถุดิบไม่กี่อย่าง เตรียมผักต้มผักลวกไว้ให้เยอะ ๆ รับรองอิ่มท้องแม้ไม่ต้องพึ่งข้าว

น้ำพริกปลาแซลมอน

สวัสดีค่ะ ชวนมาทำน้ำพริกปลาแซลมอนอร่อย ๆ ดีต่อสุขภาพ และง่ายต่อการทำ ทานกับผักสด ๆ หรือกินกับข้าวเหนียวหรือข้าวสวยก็อร่อยค่ะ

ส่วนผสมและเครื่องปรุง

• เนื้อปลาแซลมอน 200 กรัม
• พริกอ่อน 2 เม็ด
• พริกขี้หนู 10 เม็ด
• หอมแดง 5 หัว
• กระเทียม 10 กลีบ
• น้ำตาลทราย 1 ช้อนชา
• น้ำมะนาว 3 ช้อนโต๊ะ
• น้ำปลา 3 ช้อนโต๊ะ

*รสชาติเพิ่มเติมตามแต่ชอบค่ะ*

วิธีทำน้ำพริกปลาแซลมอน

• นำพริกขี้หนู พริกอ่อย กระเทียม และหอมแดงไปย่างหรือคั่วในกระทะ ส่วนวันนี้ตาเอาไปใส่ในกระทะแล้วคั่วให้สุก ไหม้นิด ๆ จะได้หอม

• นำปลาแซลมอนไปย่าง หรือนาบกับกระทะแบบในภาพค่ะ (ส่วนพริกที่เห็นพอดีมีหลังบ้าน ก็เอามาทำน้ำพริกด้วยซะเลย)

• เมื่อย่างพริก หอม และกระเทียมจนสุกได้ที่แล้ว นำมาใส่ครกเลยค่ะ หอมมากมาย

• แล้วก็ตำค่ะ ตำให้ละเอียดแต่ไม่ต้องละเอียดมาก พอหยาบ ๆ

• นำเนื้อปลาแซลมอนมาใส่ครกตำด้วย

• ปรุงรสด้วยน้ำตาลทราย

• น้ำปลา

• เติมรสเปรี้ยวด้วยน้ำมะนาว

• ใช้ช้อนคนส่วนผสมให้เข้ากันดี ชิมรสตามชอบค่ะ

• เสร็จแล้วค่ะ ไม่มีอะไรจะง่ายเท่าทำน้ำพริกปลาแซลมอนอีกแล้วค่ะ อร่อยด้วย เตรียมผักใส่จานรอไว้เลยค่ะ

• รับประทานกับข้าวเหนียวก็อร่อยค่ะ ลองทำกันดูนะคะ ขอบคุณที่แวะมาคุยกันค่ะ

เอาล่ะ ใครทำกำลังมองหาสูตรน้ำพริกดี ๆ รสชาติโดน ๆ ไว้กินเป็นอาหารลดน้ำหนักมื้อเย็นอยู่ล่ะก็ น้ำพริกปลาแซลมอนถ้วยนี้เหมาะมาก ๆ





สูตรอาหาร น้ำพริกปลาแซลมอน เมนูมื้อเย็นกินไม่อ้วนประโยชน์แน่น ดูเ้พิ่มเติมได้ที่ https://www.parpaikin.com/สูตรอาหาร/

3
ซื้อคอนโดทั้งที อย่าดูแต่ราคาที่ถูกใจ คอนโดที่ดีต้องได้มากกว่าแค่ราคาดี

หลายๆคนที่มีโครงการจะซื้อคอนโด คงจะมีเรทราคาที่คั้งไว้ในใจกันอยู่แล้ว แต่การซื้อคอนโดนั้นดูแต่เฉพาะราคาอย่างเดียวไม่ได้ ไม่ใช่ว่าฉันผ่อนได้ในราคาเท่านี้ โครงการคอนโดไหนก็ได้ที่กู้ผ่านฉันเอาหมด แบบนี้ถ้าไม่โชคดีเหมือนถูกหวย ก็รับรองว่าต้องเจอปัญหาจุกจิกกวนใจในภายหลังหลังจากการโอนอย่างแน่นอน

1.ทำเล
แน่นอนว่าโครงการคอนโดมิเนียมส่วนใหญ่ ถ้าไม่ใช่โครงการLuxury หรือคอนโด High Class ที่ขายความเป็นส่วนตัวก็มักจะมีจุดขายของโครงการอยู่ที่ความสะดวกในการเดินทาง จะเห็นได้จากโครงการคอนโดมิเนียมส่วนใหญ่ก็มักจะเกาะติดตามแนวรถไฟฟ้ากันอยู่แล้ว อีกอย่างคือความสะดวกในการใช้รถส่วนตัว ถ้าใกล้ทางด่วน หรือสามารถเชื่อมกับถนนได้หลายเส้นทางก็จะยิ่งเป็นตัวเลือกที่ดี

2.เจ้าของโครงการ

เจ้าของโครงการก็เป็นอีกสิ่งที่สำคัญที่มองข้ามไม่ได้ นอกจากราคาของคอนโดที่คนส่วนใหญ่จะใช้เป็นfactorหลักแล้ว Developerผู้พัฒนาโครงการเองก็เช่นกัน ยิ่งมีชื่อเสียงมากก็ยิ่งน่าจับตามอง แต่ก็ต้องดุด้วยนะว่ามีชื่อเสียงในด้านไหน ถ้าหากบริษัทมีความมั่นคง ก็มั่นใจได้ว่าจะดูแลลูกบ้านและผู้ซื้อได้ตลอดรอดฝั่ง อีกทั้งโครงการที่มีชื่อเสียงส่วนใหญ่ก็มักจะมีระบบนิติบุคคลฯที่ดี อาจจะเป็นของบริษัทเองหรือไม่ก็มีนิติฯที่ดีลกันไว้แล้ว ก็ช่วยลดปัญหาในเรื่องของการจัดการความเรียบร้อยภายในโครงการในอนาคตได้ด้วย

3.แบบห้อง

สิ่งที่มีบทบาทต่อการอยู่อาศัยในคอนโดมิเนียมมากที่สุดสำหรับคนซื้อคอนโดมือใหม่นั่นก็คือแบบห้องนั่นเอง เราต้องดูหลายๆโครงการแล้วเอามาเปรียบเทียบกันว่าแบบห้องของที่ไหนที่เหมาะสมกับการใช้งานของเรามากที่สุด เพราะแต่ละโครงการอาจจะมีห้องขนาดพื้นที่ใช้สอยเท่ากัน แต่มีLay out ของห้องที่แตกต่างกัน ดังนั้นเราตึงต้องดูให้ครบทุกส่วนไม่ใช่แค่พื้นที่ใช้สอยหรือแบบห้องว่าเป็นสตูดิโอ 1ห้องนอน หรือ2ห้องนอนเท่านั้น ทั้งแบบฟังก์ชั่นของห้อง ทิศของห้อง ชั้นที่อยู่ รวมถึงวัสดุหรือโปรโมชั่นของแต่ละแบบแต่ละที่ด้วย จะได้ไม่ค้องมาเจอปัญหาห้องเล็กอยู่แล้วอึดอัด พื้นที่เก็บของไม่เพียงพอกันทีหลัง

4.Facility ส่วนกลาง

พื้นที่ส่วนกลางของโครงการคอนโดมิเนียม เพราะแต่ละโครงการก็จะมีรายละเอียดในส่วนนี้แตกต่างกัน โดยส่วนใหญ่ส่วนกลางที่ให้มาก็มักจะเป็นมาตรฐานที่ทุกที่มีเหมือนๆกัน เช่น สวนหย่อม หรือสวนสาธารณะในโครงการ กรณีที่เป็นโครงการใหญ่ มีพื้นที่ดินเยอะหน่อย มีห้องออกกำลังกายหรือ Fitness Room มีสระว่ายน้ำ ขนาดก็แล้วแต่เนื้อที่โครงการหรือตัวอาคาร หรือจำนวนห้อง บางที่แอดวานซ์หน่อยก็อาจจะมีห้องซาวน่า หรือห้องประชุม จุดทำBBQ ที่เริ่มเห็นมากในโครงการคอนโดใหม่ๆ อีกอย่างที่น่าสนใจคือจุดชมวิว ทั้ง Sky Lounge Sky Bar ที่มักมีในโครงการคอนโดมิเนียมแบบ High Rise



เทคนิคการเลือกห้องคอนโดให้ถูกใจสำหรับคนเริ่มคิดซื้อ คอนโด ดูเพิ่มเติมได้ที่ https://www.gurubaan.com/คอนโด/

4
กรมศุลกากรประกาศอย่างเป็นทางการต่อไปนี้นักท่องเที่ยวไทยที่ออกนอกประเทศแล้วเอาโน๊ตบุ๊ค หรือกล้องทุกชนิด ติดตัวไปด้วยต้องทำหนังสือแจ้งการนำอุปกรณ์ออกนอกประเทศทุกครั้ง รวมไปถึงหลังจากนี้หากซื้อสินค้าปลอดภาษีแม้ซื้อในประเทศไทยก็ต้องเสียอากรทุกครั้ง (เอ้า!…)

ข่าวนี้ได้รับการยืนยันจากทางกรมศุลกากร อ้างอิงจากประกาศของกรมศุลกากร 2 ฉบับ แต่ฉบับที่น่าสนใจและเป็นประเด็นคือ ‘ประกาศที่ 60/2561 เรื่องการปฏิบัติพิธีการศุลกากรของติดตัวผู้โดยสารที่นำติดตัวเข้ามาในหรือส่งออกไปนอกราชอาณาจักรพร้อมกับตนทางอากาศยาน’ ซึ่งหลักใหญ่ใจความของประกาศฉบับนี้นั้นสรุปออกมาได้ดังนี้

เมื่อออกนอกประเทศหากนำนาฬิกา กล้องทุกประเภท และโน๊ตบุ๊ค ออกไปด้วยต้องไปกรอกเอกสารในห้องที่ทำการศุลกากรบริเวณห้องผู้โดยสารขาออกระหว่างประเทศเป็นหลักฐานว่านำของชิ้นนี้ติดตัวออกไปไม่ใช่ซื้อมาจากต่างประเทศเข้ามา โดยการแสดงหลักฐานประกอบการยื่นเอกสารต้องนำภาพถ่ายของสิ่งของที่นำมาแจ้ง 2 ชุดด้วย หลังเจ้าหน้าที่ตรวจสอบแล้วจะให้ใบรับแจ้งสำหรับนำออกประเทศไป กรณีนี้สมมติคุณนำเลนส์ราคาแพงออกนอกประเทศแล้วนำกลับเข้ามาแล้วบังเอิญโดนสุ่มตรวจก็อาจจะเสียเวลาในการยืนยันว่าของสิ่งนี้นำออกไปจากประเทศเอง แต่หากแจ้งตั้งแต่ก่อนออกเดินทาง เมื่อโดนสุ่มตรวจก็มีเอกสารยืนยันที่มาของเลนส์นั้นได้
หากเป็นของมีค่าที่นำติดตัวออกไปคือสิ่งของที่ใช้เป็นปกติวิสัย เช่นโทรศัพท์มือถือ หรือเครื่องประดับ ไม่ต้องแสดงต่อเจ้าหน้าที่
หากนำส่งของเข้าประเทศแล้วมีมูลค่าเกิน 20,000 บาทต้องเสียอากร

สำหรับของใช้เองหรือใช้ในวิชาชีพและมีจำนวนพอสมควรแต่มูลค่าไม่เกิน 20,000 บาทไม่ต้องเสียอากร
สินค้าปลอดภาษี ที่ซื้อจากร้านค้าปลอดภาษีขาออกในเมือง หรือร้านค้าปลอดภาษีภายในอาคารผู้โดยสารขาออกที่สนามบิน จะต้องนำออกไปใช้นอกประเทศเท่านั้น หากนำกลับเข้ามาให้ผ่านการตรวจที่ช่องแดงและเสียภาษี นั่นหมายความว่าเราไม่สามารถซื้อของปลอดภาษีที่ร้านค้าปลอดภาษีในประเทศแล้วฝากไว้ก่อน เพื่อที่กลับไทยแล้วจะเอามาใช้ได้อีกต่อไป

อย่างไรก็ตามนี่ ‘ไม่ใช่’ ประกาศใหม่ แต่เป็นประกาศเดิมที่นำมาใช้ใหม่อีกครั้ง ส่วนกรณีเรื่องการเดินทางออกนอกประเทศ หากนำของมีค่าออกไปดังในประกาศ ชี้แจงว่า

หากนำของมีค่าออกไปนอกประเทศมูลค่ามากๆ การแจ้งข้อมูลก่อนเดินทางแก่เจ้าหน้าที่ทำให้มีประโยชน์ในการเก็บบันทึกข้อมูล หากขากลับแล้วโดนสุ่มตรวจก็ยื่นเอกสารนี้ได้เพื่อยืนยัน จะได้ไม่เสียเวลา ทั้งนี้ไม่ได้บังคับจะแจ้งหรือไม่แจ้งก็ได้

 

ศุลกากรประกาศ พก ‘โน๊ตบุ๊ค – กล้อง – นาฬิกา’ ออกนอกประเทศต้องแจ้ง ดูเพิ่มเติมได้ที่ https://www.potatotechs.com/โน๊ตบุ๊ค/

5
วันนี้ Petcitiz ขอแนะนำการเตรียมอุปกรณ์ข้าวของเครื่องใช้ที่จำเป็น สำหรับน้อง แมว หน้าใหม่กันค่ะ ซึ่งจะแบ่งเป็น 2 ส่วนด้วยกันค่ะ ส่วนแรกคือ อุปกรณ์สำคัญเร่งด่วนสำหรับเลี้ยงแมว ส่วนที่สองคือ อุปกรณ์ที่สามารถหาซื้อได้ในภายหลัง หรือจะซื้อทีเดียวพร้อมกันให้ครบไปเลยก็ไม่ว่ากัน เอาเป็นว่ามีอะไรบ้างเราไปดูกันเลยดีกว่า

ส่วนที่หนึ่ง : อุปกรณ์สำคัญเร่งด่วน

1.อุปกรณ์สำหรับขนย้าย

ผู้ที่ตัดสินใจรับเจ้าแมวน้อยมาเลี้ยง อุปกรณ์สำคัญชิ้นแรกที่ต้องนึกถึงก็คือ อุปกรณ์สำหรับขนย้าย เช่น กระเป๋า ตะกร้า หรือกรง ถือว่าเป็นสิ่งจำเป็นเพื่อใช้สำหรับการขนย้ายแมวไปยังสถานที่ต่างๆ ได้อย่างปลอดภัย ขนาดของอุปกรณ์ขนย้ายต้องใหญ่กว่าแมว จะช่วยทำให้เขารู้สึกปลอดภัย แต่ไม่ควรกว้างมากจนเกินไป เพราะจะทำให้รู้สึกตื่นตกใจได้ค่ะ

2.อาหารการกิน

การเตรียมอาหารให้กับแมว ต้องเลือกซื้อให้เหมาะสมกับอายุในแต่ละช่วงวัย เกี่ยวกับสารอาหารที่แมวควรจะได้รับ และขนาดของอาหารค่ะ อย่างแมวเด็กก็ต้องกินอาหารตามวัย เพื่อให้ได้รับสารอาหารที่ครบสมบูรณ์ เม็ดเล็ก เคี้ยวง่าย ส่วนจะซื้อรสไหน ยี่ห้อไหน ก็ขึ้นอยู่กับกำลังทรัพย์ของเรานะคะ

การเลือกชนิด หรือประเภทของอาหาร ก็เป็นอีกหนึ่งประเด็นที่ทาสแมวนั้นต้องให้ความสนใจ เช่น อาหารเม็ด เหมาะสำหรับผู้เลี้ยงที่มีงบน้อย สะดวกต่อการหาซื้อ เก็บรักษาได้ง่าย ส่วนอาหารเปียก เหมาะสำหรับแมววัยเด็กที่เพิ่งเริ่มหัดกิน ส่วนแมวที่มีอายุมาก จะมีปัญหาเรื่องการเคี้ยวอาหารเม็ด หรือแมวป่วยที่สัตวแพทย์สั่งให้กิน และอีกประเภทหนึ่งคือ อาหารทำเองค่ะ เป็นอาหารที่ต้องใช้ทั้งเวลา และความพยายามมากในการศึกษาวัตถุดิบ การเก็บรักษาของสด หาสูตร กระบวนการทำที่ถูกต้อง เพราะหากไม่ปรุงตามสูตรให้ถูกต้อง อาจจะทำให้แมวขาดสารอาหารบางส่วนได้ แต่จะให้ดี Petcitiz ขอแนะนำว่าเลือกให้อาหารเม็ดกับอาหารเปียกสลับกันค่ะ เพราะหาซื้อและจัดเตรียมได้ง่าย แถมยังให้คุณค่าทางโภชนาการที่ครบถ้วนด้วย

3.ภาชนะใส่น้ำและอาหาร

ควรเลือกชามน้ำที่คว่ำได้ยาก มีฐานมั่นคง และหมั่นเปลี่ยนน้ำให้สะอาดอยู่เสมอ วันละครั้งก็ได้ค่ะ หลายคนบอกว่าชามอาหารกับชามน้ำต้องวางใกล้กัน แต่ความจริงแล้วไม่จำเป็นเท่าไรค่ะ เราสามารถวางชามน้ำแยกไว้หลายๆ จุดก็ได้ เผื่อเวลาที่เขาวิ่งเล่น จะได้แวะกินตามจุดต่างๆ ที่เราจัดวางไว้ให้

ภาชนะใส่อาหาร ต้องมีขนาดใหญ่พอที่จะให้หัวแมวก้มกินได้อย่างสะดวก และต้องไม่ลึกจนเกินไป หาซื้อได้ตามร้าน Pet Shop ทั่วไปค่ะ แต่ถ้าเพื่อนๆ มีแมวหลายตัว ก็จำเป็นต้องมีชามอาหารตามจำนวนแมวด้วยนะคะ แบ่งให้ชัดเจนว่าชามไหนของตัวไหน แมวจะได้ไม่แย่งของกันและกันค่ะ

เสริมอีกนิดสำหรับการเลือกชามน้ำและชามอาหาร หากเป็นไปได้ควรเลือกชนิดที่มียางรองบริเวณฐานชามจะดีมาก เพราะแมวบางตัวเวลากินอาหารจะดันชามไปข้างหน้าเรื่อยๆ ทีละนิดทีละหน่อย บางตัวอาจจะดันไปไกลเป็นเมตรเลยก็มี

4.กระบะและทรายแมว

กระบะทรายสามารถหาซื้อได้จากร้าน Pet Shop ทั่วไปเลยค่ะ มีหลายแบบหลายราคาให้เลือกสรร แต่ถ้าอยากประหยัดจริงๆ สามารถซื้อกะละมังมาใช้แทนก็ได้ แต่อย่าให้อย่าสูงเกินหัวของแมวนะคะ เลือกแบบที่สามารถก้าวขาเข้าออกได้ง่ายๆ อย่าให้ต้องกระโดดเข้าไป เพราะไม่อย่างนั้นทาสแมวอย่างเราคงต้องคอยเก็บกวาดทรายที่กระเด็นออกมาจากกระบะเป็นแน่ ส่วนขนาดความกว้าง ถ้าเป็นกะละมังทรงกลมต้องมีเส้นผ่าศูนย์กลางยาวกว่าตัวแมวสัก 2 เท่า เช่น วัดจากหัวแมวถึงโคนหางยาว 10 นิ้ว ก็ต้องใช้กะละมังที่มีเส้นผ่าศูนย์กลาง 20 นิ้ว ถ้าเป็นทรงสี่เหลี่ยมก็วัดจากเส้นทแยงมุมค่ะ
สำหรับทรายแมว ควรเลือกซื้อชนิดที่มีกลิ่นผลไม้ผสมอยู่ด้วยอย่างกลิ่นมะนาว ส้ม หรือแอปเปิ้ล จะดีมากค่ะ เพราะกลิ่นหอมเหล่านี้จะสามารถกลบกลิ่นของเสียได้ ซึ่งทรายแบบเม็ดกลมจะติดอุ้งเท้าของแมวได้ อาจสร้างความสกปรกให้กับบ้านได้ ดังนั้น ควรหาผ้า หรือที่รองทรายมาวางรอบกระบะก็ดีนะคะ เม็ดทรายจะได้ไม่ติดเท้าออกมากระจัดกระจายไปทั่วบ้าน ทาสแมวจะได้ไม่ต้องมาลำบากเก็บกวาดทีหลังค่ะ



เตรียมของใช้ สัตว์เลี้ยง ให้พร้อมก่อนคิดเลี้ยงแมว ดูเพิ่มเติมได้ที่ https://www.petcitiz.info/สัตว์เลี้ยง/

6
ลมร้อนผะผ่าวมาเยือนไทยเราอย่างเป็นทางการแล้ว สิ่งที่จำเป็นยิ่งกว่า Wi-Fi คือ ลมเย็นๆ จาก เครื่องปรับอากาศ แต่ยิ่งเปิด ทำไม ยิ่งมี กลิ่นอับ แถมมาด้วยล่ะ แล้วจะอยู่เย็นให้เป็นสุขได้อย่างไร เมื่อมีกลิ่นเหม็นอับมารบกวนทุกครั้งที่เปิดแอร์ มาจัดการกันที่ 4 สาเหตุของกลิ่นอับ ทั้ง 4 กลิ่นให้ตรงจุด แล้วเปิดแอร์ครั้งหน้า รับรองว่า ไม่ใช่แค่คุณแม่ปลื้ม แต่จะปลื้มปริ่มกันทั้งครอบครัวเลยทีเดียวค่ะ

1. กลิ่นอับ จาก ความชื้น
การเปิดเครื่องปรับอากาศนานๆ ติดต่อกันหลายชั่วโมง และ สับสวิตช์ปิดโดยทันที จะทำให้ความชื้นขังอยู่ในเครื่องปรับอากาศ โดยปกติแล้ว เครื่องปรับอากาศรุ่นใหม่ๆ จะมีระบบไล่ความชื้นออกจากเครื่องเมื่อปิดการใช้งาน เพียงแต่ต้องใช้เวลาให้เครื่องได้ไล่ความชื้นออกเสียก่อน แล้วเราจึงค่อยสับสวิตช์ค่ะ และด้วยเทคโนโลยีที่ก้าวหน้า เครื่องปรับอากาศรุ่นใหม่ จะมีฟังก์ชั่น Dry Mode ให้เลือกจาก รีโมท ซึ่งจะช่วยให้เครื่องปรับอากาศทำงานโดยไม่สร้างความชื้น ช่วยลดแบคทีเรีย และ เชื้อราในเครื่อง ซึ่งเป็นสาเหตุของกลิ่นอับได้

นอกจากนี้ การล้างแอร์ จะสามารถช่วยไล่กลิ่นอับจากความชื้นได้เป็นอย่างดี ซึ่งนอกจากการล้างแอร์ด้วยช่างแอร์ทุกๆ 3 – 4 เดือนแล้ว เรายังสามารถล้างแอร์เบื้องต้นได้ด้วยตัวเราเองเช่นกัน เพียงเปิดฝาครอบแอร์ด้านหน้า และนำตะแกรงกรองฝุ่นมาล้างทำความสะอาด จากนั้นนำไปผึ่งให้แห้งสนิท ก่อนนำไปใส่ให้เข้าที่ก่อนเปิดใช้งานเครื่องปรับอากาศค่ะ

2. กลิ่นเหม็นเปรี้ยว
กรณีนี้มักเกิดขึ้นในเคสเครื่องปรับอากาศที่มีอายุการใช้งานมาหลายปี มีสาเหตุมาจากความชื้นที่ตกค้างอยู่ในท่อน้ำทิ้งที่มีความยาวเกินไปในแอร์คอนดิชั่นเนอร์และทำมุมคดเคี้ยวทำให้มีน้ำขังหลงเหลืออยู่ จนเกิดจุลินทรีย์หมักหมมกลายเป็นเชื้อรา ซึ่งเป็นสาเหตุของกลิ่นเหม็นเปรี้ยว ทางแก้คือต้องพึ่งช่างแอร์ โดยการล้างแอร์ด้วยน้ำยาฆ่าเชื้อราค่ะ และ พักการใช้งานแอร์ประมาณ 7 วันเพื่อให้ภายในเครื่องแห้งสนิท …เป็นการขจัดกลิ่นที่ตรงจุดมากที่สุดค่ะ

3. กลิ่นอาหาร
การเข้าครัวทำกับข้าว ภายในบ้าน ภายในคอนโด ถึงแม้จะอยู่คนละห้อง แต่ก็มักจะเกิดปัญหากลิ่นอาหารติดค้างอยู่ในแอร์ ซึ่งหนทางที่จะช่วยลดปัญหานี้ได้คือ การระบายอากาศที่ดี เพื่อระบายกลิ่นอาหารออกไปจากภายในบ้านได้มากที่สุด ดังนี้

– ติดตั้งระบบระบายอากาศและเครื่องดูดควันภายในห้องครัว โดยเปิดเครื่องดูดควันทิ้งไว้สักประมาณ 10 นาที ล่วงหน้า ก่อน และ หลังทำอาหาร

– ขณะทำอาหารควรปิดประตูห้องข้างเคียงให้สนิทเพื่อป้องกันกลิ่นอาหารเข้าไปตกค้าง



กำจัดกลิ่น อับ เหม็นติดแอร์ ขจัดกลิ่นแย่ๆ แบบนี้สิ ดูเพิ่มเติมได้ที่ https://www.bcithailand.net/วิธีบำบัดน้ำเสีย/

7
จุลินทรีย์จะมีข้อแตกต่าง ที่เป็นเอกลักษณ์เฉพาะ โดยทุกๆครั้งจะต้องมีการตรวจสอบ สาเหตุของสภาพปัญหาที่เกิดขึ้นจริง อย่างละเอียดโดยจะต้องมีข้อมูลที่มากพอเพื่อให้ทีมงานสามารถวิเคราะห์หาข้อสรุปร่วมกัน สู่การคัดเลือกเชื้อสายพันธุ์จุลินทรีย์ที่มีความเหมาะสม อันเนื่องจากสภาพพื้นที่ ชีวะมวล ปริมาณของเสีย กากปฏิกูล ขยะอินทรีย์

การปนเปื้อนสารเคมี ปริมาณน้ำเสีย แหล่งที่มาอันเกิดจากความหลากหลายจากวัตถุดิบหรือปัจจัยการผลิตที่แตกต่างกัน ขนาดของโรงงานที่ต่างกัน ขนาดของอาคารที่ต่างกัน ปริมาณผู้อยู่อาศัยที่แตกต่างกัน สิ่งแวดล้อม อุณหภูมิที่แตกต่างกัน ขนาดของบ่อกักเก็บในแต่ละชนิดที่แตกต่างกัน ปัญหาบางอย่างมีโปรตีนสูง มีความเป็นกรดสูง มีไขมันสูง BOD, COD, DO, MLSS ระบบเติมอากาศไม่สมบูรณ์ การระบายน้ำมีปัญหาอันเนื่องจากเครื่องจักร เครื่องสูบน้ำเสียหาย ท่อแตก บ่อกักเก็บมีการรั่วซึม ขนาดของฟาร์ม จำนวนของสัตว์ ปริมาณของเสีย การให้อาหาร ลักษณะแหล่งที่มาของน้ำเช่น น้ำประปา น้ำบาดาน น้ำคลอง ชนิดของพืชในแต่ละชนิดมีความต้องการสารอาหารที่มีความแตกต่างกัน ฤดูกาล ภัยแล้ง ภัยน้ำท่วม ภัยหนาวและอื่นๆ

ที่สำคัญคืองบประมาณที่มีจำกัด แต่ต้องการคุณภาพและปริมาณเชื้อจุลินทรีย์จำนวนมาก จากข้อเปรียบเทียบที่ได้ยกตัวอย่างมาเป็นข้อสังเกตุเป็นบางส่วนจะเห็นภาพว่าไม่ง่ายเลยที่จะยึดถือเอาสูตรใดสูตรหนึ่ง เช่น ใช้เชื้อจุลินทรีย์ 200cc. ต่อครั้งสำหรับบ้านอยู่อาศัยทั้วๆไป เพื่อใช้ดับกลิ่นหรือย่อยสลายกากปฏิกูล คำถามมีอยู่ว่ามันง่ายไปหรือไม่อย่างไร แต่สำหรับด็อกเตอร์จุลินทรีย์คำตอบคือ มันง่ายเกินไปเพราะในบ่อเกรอะจะมีน้ำเต็มและพร้อมจะเอ่อล้นไปพร้อมๆกับกากปฏิกูลในทันทีที่มีการกดน้ำในโถส้วมให้ไหลลงมาในบ่อเกรอะ และในขณะเดียวกันการที่มีการตั้งสูตรกันแบบนี้นั้นก็แสดงให้เห็นว่า ยังไม่เข้าลักษณะการทำงานของเชื้อจุลินทรีย์ แล้วคำตอบที่แท้จริงนั้นเป็นอย่างไร ถ้าอย่างนั้นด็อกเตอร์จุลินทรีย์ขอยกตัวอย่างในข้อประเด็นนี้กันให้ชัดๆไปเลยนะครับ สำหรับบ่อเกรอะจะมีขนาดที่แตกต่างกัน ซึ่งจะสามารถรองรับการใช้งานตั้งแต่ 5 -45 คนเป็นอย่างน้อยสำหรับบ้านอยู่อาศัย มีความลึกตั้งแต่ 1-1.6 เมตร หรือสามารถกักเก็บได้ตั้งแต่1.5-6.3 ลบ.ม สำหรับส้วมที่เต็มขอแนะนำว่าควรทำการดูดทิ้งเพราะการเติมเชื้อจุลินทรีย์ลงไปนั้น มันสายเกินไป เพราะมันแทบจะไม่มีน้ำขังอยู่อีกต่อไป และกว่า 80% มันคือกากที่ถูกปกคลุมด้วยชั้นเมือกไขมัน และมันยากเกินไปสำหรับเชื้อจุลินทรีย์ 200cc.หรือมากกว่านั้นและไม่มีทางสำเร็จนอกจากต้องสูบทิ้งออกไปจากระบบทั้งหมด สิ่งที่ดีที่สุดสำหรับการเริ่มใช้จุลินทรีย์คือ ส้วมต้องไม่เต็มและต้องงดการใช้สารเคมีทุกชนิด ปริมาณที่ใช้สำหรับการเริ่มต้นคือ 1 ลิตรและต้องเติมในเวลากลางคืน โดยเฉลี่ยเดือนละ 1 ครั้ง 1 ลิตร สำหรับผลิตภัณฑ์ด็อกเตอร์จุลินทรีย์งบประมาณที่ใช้คือ 65 บาทต่อเดือนโดยใช้กลุ่มเชื้อที่ต้องการอากาศและไม่ต้องการอากาศรวมถึงกลุ่มเชื้อที่ไม่ต้องการแสงเป็นพลังงาน หน้าที่หรือประสิทธิภาพในการทำงานของเชื้อคือน้ำเสียที่สารอินทรีย์สูงพวกที่มีโมเลกุลใหญ่เช่นคาร์โบไฮเดรต โปรตีน ไขมัน จะถูกย่อยสลายให้มีขนาดเล็กลงและในขณะเดียวกันนั้นจะมีการผลิตกรดแล็คติกและกรดอะซิติกเพื่อทำการยับยั้งเชื้อแบคทีเรียบางชนิดไม่ให้สร้างก๊าซไฮโดรเจนซัลไฟด์สาเหตุการการเกิดกลิ่นเน่าเหม็นและกลายเป็นก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ในกระบวนการที่เกิดขึ้นเหล่านี้จะเกิดขึ้นอย่างต่อเนื่องและจะลอยไปกับน้ำทิ้งไปในระบบต่อไปและนั้นคือเหตุผลที่ทำให้ ไขมัน โปรตีน อินทรียวัตถุต่างถูกย่อยสลายอยู่ตลอดเวลาจึงทำให้ไม่สามารถเกาะกลุ่มรวมตัวกันได้อีกต่อไป ส้วมจึงไม่เหม็นและไม่เต็มอีกต่อไป การอธิบายนี้เป็นการอธิบายอย่างง่ายไม่ลงลึกในเชิงวิชาการมาก เพื่อต้องการให้สามารถเกิดความรู้และความเข้าใจที่ไม่ซับซ้อนนั้นเอง



มาตรฐานสัดส่วนในการใช้ หัวเชื้อจุลินทรีย์ ในงานด้านต่างๆ ดูเพิ่มเติมได้ที่ https://www.bcithailand.net/หัวเชื้อจุลินทรีย์/

8
ในแหล่งธรรมชาตินั้นปกติเชื้อแบคทีเรียจะเติบโตอยู่รวมกันหลายๆสายพันธุ์เพื่อการคัดแยกและจำแนกชนิดของแบคทีเรียแต่ละสายพันธุ์ จะต้องมีขั้นตอนการทำให้ เชื้อบริสุทธิ์ (pure culture)

โดยเทคนิคที่ทำได้ง่ายคือ spread plate technique ซึ่งเทคนิคนี้แบคทีเรียที่ถูกทำให้เจือจางให้มีจำนวนประมาณ 100-200 เซลล์ หรือน้อยกว่าจะถูกนำไปวางตำแหน่งตรงกลางของจานเพาะเชื้อ (petri dish/plate) แล้วทำการเกลี่ยให้เชื้อกระจายทั่วด้วยแท่งแก้วรูปตัว L หลังจากบ่มที่อุณหภูมิที่ เหมาะสม 37 องศา ระยะเวลา 24-48 ช.ม. จะปรากฏโคโลนี (colony) ของเชื้อแบคทีเรียขึ้น โดยแต่ละโคโลนีจะมีจำนวนแบคทีเรียอยู่จำนวนมาก และแต่ละโคโลนี จะถือว่ามาจากแบคทีเรียสายพันธุ์เดียว หรือที่เรียกกันว่า “เชื้อจุลินทรีย์คัดเเยกสายพันธุ์

ห้องปฏิบัติการการหมักที่ทันสมัยและมีอุปกรณ์ครบครันสำหรับการเพาะเลี้ยงจุลินทรีย์ภายใต้สภาวะที่ควบคุมอุณหภูมิและอาหารเลื้องเชื้อ ระยะเวลาเเละอุปกรณ์ที่ใช้สำหรับการหมักประกอบด้วย bioreactors ขนาดเล็กและกลาง อุปกรณ์ที่สำคัญ fermentations สามารถปรับ สภาวะควบคุมต่างๆของเชื้อพันธุ์ของจุลินทรีย์ ที่มีความหลากหลาย การเพาะเลี้ยงมีการใช้ทั้งในการทดลองภาคสนามและการทดลองสูตร ในการวิเคราะห์ตรวจสอบเพื่อวัตถุประสงค์ต่างๆ เช่น การทดสอบหาเชื้อสายพันธุ์ที่มีความเหมาะสมกับตัวอย่างน้ำเสีย เป็นต้น
บริการจัดเก็บตัวอย่างน้ำเสียเพื่อทดสอบหัวเชื้อจุลินทรีย์ที่มีความเหมาะสมในการบำบัด ช่วยฟื้นฟูระบบนิเวศและสิ่งแวดล้อม เช่น หัวเชื้อจุลินทรีย์บำบัดน้ำเสีย บำบัดน้ำเสียโรงงาน อาคาร น้ำเสียชุมชน หัวเชื้อจุลินทรีย์บ่อเกรอะ หัวเชื้อจุลินทรีย์บ่อดักไขมัน ห้างสรรพสินค้า โรงแรม รีสอร์ท คอกหมู วัวนม หัวเชื้อจุลินทรีย์กำจัดกลิ่นฟาร์มสัตว์โรงเรือน เลี้ยงไก่ เลี้ยงเป็ด พร้อมให้บริการอบรมความรู้วิธีการนำไปใช้งาน รวมถึงการจัดวางแปลน ระบบท่อในอาคารทั้งในและนอกอาคารเพื่อใช้หัวเชื้อจุลินทรีย์เข้าไปจัดการปัญหาต่างๆได้อย่างมีประสิทธิภาพ

บริการผลิตหัวเชื้อจุลินทรีย์เพื่อใช้สำหรับกำจัดกลิ่นเน่าเหม็นต่างๆ เช่น หัวเชื้อจุลินทรีย์กำจัดกลิ่น ในอาคาร กลิ่นเหม็นในบ่อบำบัดน้ำเสีย หัวเชื้อจุลินทรีย์กำจัดกลิ่นเหม็นห้องน้ำ ท่อระบายน้ำ สนามหญ้า ดอกปศุสัตว์ สัตว์เลี้ยง ห้องครัว สถานที่ท่องเที่ยวต่างๆ กลิ่นเน่าเหม็นจากกองขยะ ซากสัตว์ หัวเชื้อจุลินทรีย์กำจัดกลิ่นเน่าเหม็นจากน้ำเน่าเสียตามแหล่งน้ำท่วมขังต่างๆ



หัวเชื้อจุลินทรีย์ บำบัดน้ำเสียโรงงาน อาคาร น้ำเสียชุมชน ดูเพิ่มเติมได้ที่ https://www.bcithailand.net/หัวเชื้อจุลินทรีย์/

9
เพื่อนๆหลายๆคนอาจจะยังไม่ทราบกันนะคะว่าคืออะไร วันนี้ จะพาไปทำความรู้ความรู้จักกันค่ะ

HIFU(High Intensity Focus Ultrasound) คือ การส่งคลื่นอัลตราซาวด์ที่โฟกัสการปล่อยเฉพาะจุดที่มีพลังงานสูงพอที่จะทำลายเนื้อเยื่อในชั้นผิวหนังระดับลึก เพื่อเป็นการกระตุ้นให้ร่างกายสร้างเนื้อเยื่อใหม่ที่ดีกว่า เป็นนวัตกรรมใหม่ที่นำมาใช้ดึงหน้า ด้วยพลังงานที่ลงลึกถึงชั้นผิว SMAS ซึ่งเป็นชั้นเดียวกับที่ผ่าตัดดึงหน้า ทำให้เกิดการหดตัวที่ชั้น SMAS ขนาดเล็ก คล้ายการเย็บเนื้อ แลพละเอียดกว่าการร้อยไหม ทำให้เกิดการสร้างใหม่ของผิวที่ยกกระชับดูอ่อนเยาว์ ด้วยการกระตุ้นการสร้างคอลลาเจน

นอกจากนี้ผลลัพธ์นั้นสามารถมองเห็นด้วยตาเปล่า ที่ช่วยให้ผิวคงความอ่อนเยาว์ไว้

หรือสรุปย่อๆ คือ นวัตกรรมในการดึงหน้าด้วยเลเซอร์ ทำให้ใบหน้ากระชับและดูอ่อนเยาว์มากขึ้น
การทำ HIFU ของแต่ละคนนั้นจะแตกต่างกันออกไปค่ะ บางคนที่ปัญหารูปหน้าเยอะทำครั้งเดียวอาจจะไม่ค่อยเห็นผลแต่ถ้าจะให้เห็นผลอย่างชัดเจนควรทำอย่างต่อเนื่อง สามารถทำซ้ำได้หลังจากทำครั้งแรกไป อย่างน้อย 2 เดือนค่ะ

มีการยืนยันความปลอดภัยของนวัตกรรมนี้โดยผลวิจัยทางการแพทย์มากมาย แต่เราก็ควรทำกับทางแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ

การทำ HIFU แต่ละครั้งนั้นจะใช้เวลาประมาณ 30-45 นาที

เหมาะสำหรับใคร?
จะใช้ได้ผลดีกับคนที่มีปัญหา

ผิวหย่อนคล้อย
หนังตาตก รวมทั้งขอบตาล่างหย่อนยาน
ริ้วรอยเหี่ยวย่น
ผู้ที่ต้องการจะมีใบหน้าเรียวขึ้นและผิวดูกระชับ
ลดความหย่อนยานบริเวณแก้ม แนวคิ้วดูยกขึ้น
ลดเลือนริ้วรอย
เพื่อนๆจะค่อยๆ เห็นผลการรักษา 3 เดือน เป็นต้นไป

เนื่องจากเนื้อเยื่อและคอลลาเจนใหม่จะเกิดขึ้นสมบูรณ์หลัง 3 เดือน

และจะเห็นผลอย่างชัดเจนอย่างต่อเนื่องหลังการรักษาประมาณ 3 เดือน

ผลการรักษาจะอยู่ได้ต่อเนื่องประมาณ 6 เดือน – 1 ปี ( ขึ้นอยู่กับสภาพผิวการดูแลรักษาของแต่ละบุคคล)

จะสามารถรับรู้ถึงผลการรักษาอย่างชัดเจนว่า คิ้วยกขึ้น

ทำให้ดวงตาดูโตขึ้น เพิ่มความอ่อนเยาว์บนใบหน้า

นอกจากนี้แล้วยังรู้สึกว่าผิวตึง รูขุมขนเล็กลง ผิวยกกระชับ



hifu นวัตกรรมในการดึงหน้าด้วยเลเซอร์ ทำให้ใบหน้ากระชับและดูอ่อนเยาว์มากขึ้น ดูเพิ่มเติมได้ที่ https://www.beautysanta.com/hifuวุฒิศักดิ์/

10
ชวนทำบาร์บีคิวหมู เมนูสำหรับปาร์ตี้

สวัสดีค่ะ อีกไม่กี่วันจะปีใหม่แล้วนะคะ วันหยุดแบบนี้ชวนคนในครอบครัวมาทำอาหารกันค่ะ ช่วงนี้อากาศเย็นเหมาะที่จะทำปิ้งย่างที่สุด วันนี้เราเลยมาแบ่งปันสูตรบาร์บีคิว สูตรนี้ลองแล้วอร่อย ๆ มาทำกันเลยค่ะ

ส่วนผสม บาร์บีคิวหมู

• สันคอหมู 1 กิโลกรัม
• ซอสมะเขือเทศ 1+1/2 ถ้วยตวง
• ซอสพริก 1 ช้อนโต๊ะ
• เนยละลาย 100 กรัม
• น้ำตาลทราย 3 ช้อนโต๊ะ
• พริกไทยป่น 1 ช้อนชา
• ซีอิ๊วขาว 1 ช้อนโต๊ะ
• ซอสปรุงรส 3 ช้อนโต๊ะ
• น้ำมันหอย 5 ช้อนโต๊ะ
• กระเทียมสับ 3 ช้อนโต๊ะ
• หอมใหญ่สับ 3 ช้อนโต๊ะ

เครื่องเคียง

• พริกชี้ฟ้าเขียว
• หอมใหญ่
• มะเขือเทศ
• สับปะรด
• ไม้เสียบขนาดยาว 10-12 นิ้ว

วิธีทำบาร์บีคิวหมู

ผสมเครื่องปรุงทุกอย่างให้เข้ากัน ใส่หมูลงไปหมักไว้อย่างน้อย 2 ชั่วโมงค่ะ (รสชาติปรับตามชอบเลยนะคะ)
เมื่อหมักครบเวลาแล้วจัดเสียบเนื้อสัตว์สลับกับสับปะรด หอมใหญ่ มะเขือเทศ และพริกชี้ฟ้าตามชอบเลยค่ะ

จะก่อไฟย่างหรือใช้เตาไฟฟ้าตามสะดวกเลยค่ะ ระหว่างย่างให้ทาน้ำซอสที่เราหมักหมูด้วย ย่างจนสุก (เราชอบเกรียมนิด ๆ)

เวลาผ่านไปสุกแล้ว ได้เวลาชิมแล้ว

ปาร์ตี้นี้ต้องไม่พลาดบาร์บีคิวหมูแน่นอน แต่ขอแอบพ่วงบาร์บีคิวไก่ บาร์บีคิวกุ้ง และบาร์บีคิวปลาหมึกไปด้วย ตอนนี้ขออาสามาช่วยเสียบไม้หน่อยค่ะ ค่าตอบแทนคือ กินฟรีแบบไม่อั้น ใครสนใจรับสมัครด่วนจำนวนจำกัดจ้า


ทำอาหาร ฝรั่งพร้อมสูตรซอสหมักสไตล์ไทยอร่อยนุ่มรับปาร์ตี้ ดูเพิ่มเติมได้ที่ https://www.parpaikin.com/ทำอาหาร/

11
แบบบ้านชั้นเดียว สไตล์โมเดิร์น รูปลักษณ์ทันสมัย ออกแบบและสร้างได้อย่างอบอุ่น เหมาะสำหรับการอยู่อาศัยอย่างแท้จริง เน้นความเรียบง่าย เรียกได้ว่าแต่ละแบบที่ Gurubaan นำมาให้ชมนั้น เป็นแบบบ้านในฝันที่น่าอยู่เป็นอย่างมาก

Cr: myhomelookbook

บ้านที่มีแสงแดดเข้าถึงทุกทิศทุกทาง เพราะทำให้รู้สึกว่าบ้านน่าอยู่มากกว่าบ้านบรรยากาศทะมึนๆ ตอบโจทย์ความต้องการได้เป็นอย่างดีเลย เพราะตัวบ้านมีอากาศถ่ายเทสะดวก ความสว่างส่องถึงทั้งด้านหน้า ด้านหลัง และด้านข้าง นอกจากตัวบ้านที่ใช้สำหรับพักอาศัยแล้ว หน้าบ้านยังมีสระว่ายน้ำไว้นั่งเล่นหรือทำกิจกรรมร่วมกับคนในครอบครัวได้อีกด้วย

Cr: houzz

บ้านไม้ชั้นเดียวขนาดกะทัดรัด หลังนี้มีบรรยากาศแสนอบอุ่น การออกแบบดู เรียบง่าย น่าสบายและใช้งานได้ดี ทั้งภายในและภายนอกบ้านจะสร้างจากไม้ทำให้บ้านหลังนี้น่าอยู่ และดูอบอุ่นไม่น้อยเลยละค่ะ

Cr: Jwing Feng

แบบบ้านรูปตัวแอลตอบโจทย์ความต้องการได้เป็นอย่างดี บ้านชั้นเดียวดูกลมกลืนเหมือนเป็นส่วนหนึ่งของธรรมชาติ แต่ในขณะเดียวกันก็ดูสวยงามทันสมัย มีกระจกบานใหญ่อยู่รอบบ้านไว้รับแสงจากธรรมชาติ และสามารถรับชมวิวจากสวนสวยๆ ได้อีกด้วย

Cr: banandresort

บ้านสไตล์โมเดิร์นเรียบง่ายหลังเล็กๆ ซ่อนตัวอยู่อย่างเป็นมิตรท่ามกลางธรรมชาติอันอุดมสมบูรณ์ เหมาะกับการเป็นบ้านพักผ่อน หลบลี้จากเมืองกรุงอย่างแท้จริง

Cr: katrinaleechambers

บ้านชั้นเดียวทันสมัยหลังนี้ ตั้งอยู่ท่ามกลางบรรยากาศรอบด้านที่โอบล้อมไปด้วยธรรมชาติและความเงีบบสงบ รูปทรงของหลังคาและวัสดุที่เลือกใช้ในการตกแต่ง สีขาว ดำที่ตัดกันทำให้เกิดความแตกต่างที่เรียบง่าย มุมสวยของบ้านหลังนี้ น่าจะเป็นระเบียงไม้กลางแจ้งที่ยื่นออกมาจากห้องนั่งเล่น ทำให้เกิดมิติและสร้างความผ่อนคลายที่กลมกลืนกับธรรมชาติได้เป็นอย่างดี

Cr: ArchitectureArtDesigns

แบบบ้านสวยชั้นเดียว ที่มาในสไตล์โมเดิร์นโดนใจกับการออกแบบที่ทันสมัยมีเอกลํกษณ์ ตัวบ้านมีรูปทรงเรียบง่ายธรรมดาเหมือนบ้านทั่วไป หลังคาโดดเด่นทรงเพิงหมาแหงานที่ใช้ลุกเล่นสลับซ้อนกันทั้งสองฝั่งอย่างลงตัว ผนังใช้งานไม้และกระจกผสมผสานเช้ากันเพื่อให้มีความโปร่งโล่งและได้แสงจากธรรมชาติ

Cr: doingourblock

บ้านที่สดชื่นแจ่มใสที่มีพื้นที่ชานบ้านโปร่งๆ แต่ด้วยพื้นที่บ้านที่มีลักษณะเปิดเชื่อมต่อกับครัวและส่วนอื่นๆ ของบ้านได้หมด ติดด้วยบานประตูขนาดใหญ่รับแสงธรรมชาติได้เต็มที่

Cr: ruralbuilding

สำหรับบ้านชั้นเดียว ออกแบบได้อย่างงดงาม ทั้งพื้นที่ภายในและภายนอก ด้านหน้า จัดตกแต่งสวนขนาดเล็กในพื้นที่ลาดชัน เนื่องด้วยพื้นที่ตัวบ้านถมดินให้สูงกว่าพื้นถนนนอกรั้วบ้าน ด้านข้างมีโรงรถ ที่สามารถปิดประตูได้ บริเวณข้างบ้าน ออกแบบได้น่าอยู่



แบบ บ้านชั้นเดียว น่าอยู่ สไตล์โมเดิร์น ดูเพิ่มเติมได้ที่ https://www.gurubaan.com/บ้านชั้นเดียว/

12
ว้าว! ธุรกิจท่องเที่ยวแบบใหม่ เสมือนจริงด้วยแว่น VR
ญี่ปุ่นพบธุรกิจอีกหนึ่งทางเลือกสำหรับจุดสร้างรายได้ของบริการเวอร์ชวลเรียลิตีแล้ว หลังจากได้มีการทดลองสร้างบริการจำลองการบินแบบบิสซิเนสคลาส-เฟิร์สคลาส ให้กับลูกค้าที่ต้องการเดินทางไปเมืองสุดโรแมนติก ให้สามารถได้รับประสบการณ์เหล่านั้นได้ผ่านอุปกรณ์ VR

ธุรกิจ ท่องเที่ยว
ต้องยอมรับว่าในยุคสมัยนี้อุปกรณ์ VR ได้พัฒนาที่จุดที่มีความคมชัดสมจริงมากขึ้นเรื่อย ญี่ปุ่นเลยถือช่องทางในการสร้างรายได้จากการทำธุรกิจนี้ขึ้นมาเพื่อตอบโจทย์ กลุ่มลูกค้าที่ต้องการพักผ่อนแบบเสมือนจริง แถมยังมีบริการต่างๆ ราวกับมีอยู่จริงๆอีกด้วย

การเดินทางแบบเสมือนจริงนี้จะใช้เวลาประมาณสองชั่วโมงต่อรอบ ซึ่งผู้โดยสารจะได้รับการดูแลอย่างดีประหนึ่งเป็นลูกค้าชั้นเฟิร์สคลาส และมีอาหารเสิร์ฟ 4 คอร์สให้รับประทานก่อนจะเริ่มเข้าสู่ประสบการณ์แบบเวอร์ชวลเรียลิตีเพื่อพาทัวร์เมืองต่าง ๆ

ธุรกิจ ท่องเที่ยวทาคาชิ ซากาโน วัย 39 ปี ในฐานะลูกค้าที่มาใช้บริการดังกล่าวเป็นครั้งแรกเผยว่า การจัดทริปเดินทางจริง ๆ นั้นยุ่งยาก ใช้เวลา และมีค่าใช้จ่ายสูง เขาจึงคิดว่า การใช้บริการท่องเที่ยวแบบเวอร์ชวลเรียลิตีนี้ก็เป็นเรื่องที่ดีเหมือนกัน และครั้งหน้าเขาอยากจะไปโรม เมืองหลวงของอิตาลีด้วย

ค่าใช้จ่ายในการใช้บริการต่อครั้งอยู่ที่ 6,600 เยน ซึ่งถือว่าไม่แพงมากเมื่อเทียบกับการเดินทางจริง ๆ ส่วนเมืองที่เปิดให้เลือกเดินทางนั้น มีตั้งแต่ปารีส, โรม, ฮาวาย และนิวยอร์ก ซึ่งทุกเมืองที่เปิดนั้น บริษัทอ้างว่ามีการจองเต็มมาโดยตลอด (รับได้รอบละ 12 คน)

ถือได้ว่าราคาไม่แพงเลยทีเดียวกับการได้ท่องเที่ยวเมืองหลวงตามประเทศต่างๆ ใช้เวลา มีบริการที่ดีเยี่ยม มีอาหารเสิร์ฟ ไม่แน่ว่าอนาคตอาจจะสมจริงถึงขั้น ช้อปปิ้งข้างในเมืองจำลองเลยก็ว่าได้ เป็นการพักผ่อนที่ผ่อนคลาย ในราคาไม่แพง แถมยังได้ทานอาหารอร่อยๆอีกด้วย

ลูกค้าที่ให้ความสนใจส่วนหนึ่งเป็นผู้สูงอายุที่อยากเดินทางไปต่างประเทศแต่สุขภาพไม่อำนวย ทั้งนี้ ทางบริษัทมีแผนจะเปิดรูทสำหรับการบินภายในประเทศด้วยเช่นกัน และอาหารที่เสิร์ฟก็จะเป็นอาหารญี่ปุ่นตามภูมิภาคต่างๆ



อุปกรณ์คอมพิวเตอร์ โคตรล้ำ! ญี่ปุ่นเปิดตัวธุรกิจท่องเที่ยวในโลกเสมือนจริงเพียงใช้แว่น VR ดูเพิ่มเติมได้ที่ https://www.potatotechs.com/อุปกรณ์คอมพิวเตอร์/

13
เรื่องราวดีดี สำหรับคนทำงานที่มีสัตว์เลี้ยง
ถือได้ว่าเป็นเรื่องราวดีดี สำหรับคนวัยทำงานที่เลี้ยงสุนัขไว้ด้วย หลังจากนี้พวกเขาจะสามารถนำเพื่อนรู้ใจมาทำงานที่ออฟฟิศได้ทุกวัน โดยไม่ต้องทิ้งให้พวกมันเหงาอยู่ที่บ้านอีกต่อไป เนื่องจากทางสำนักงานใหญ่ของอเมซอน

ในเมืองซีแอทเทิล สหรัฐฯ อนุญาตให้พนักงานพาสุนัขมาทำงานด้วยได้ ซึ่งตอนนี้มีพนักงานพาสัตว์เลี้ยงของพวกเขามาทำงานด้วยถึง 6,000 ตัวแล้ว

โดยในต่างประเทศถึงขั้นมีการจัดวันพาสุนัขไปที่ทำงานประจำปี หรือที่เรียกว่า “Take Your Dog to Work Day”แต่ทว่า สำหรับบริษัทยักษ์ใหญ่ อย่าง อเมซอน (Amazon) แค่วันเดียวก็ดูจะน้อยเกินไป ทางบริษัทจึงทำให้วันพาสุนัขไปทำงานจากปีละครั้ง เปลี่ยนเป็นการพามาทำงานด้วยทุกวันซะเลย แถมพนักงานยังสามารถพาสุนัขของตัวเองมาได้แบบไม่จำกัดจำนวนรวมไปถึงสายพันธุ์ด้วยนะ

แต่ทางบริษัทได้มีข้อตกลงกับพนักงานทุกคนว่า สุนัขทุกตัวที่จะเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของทีมอเมซอน จะต้องเป็นสุนัขที่ไม่ทำลายข้าวของ ผ่านการฉีดวัคซีนแล้ว ต้องเป็นที่ยอมรับของหัวหน้าและเพื่อนร่วมงาน เมื่อผ่านข้อตกลงต่างๆที่ว่ามาแล้วนั้น พวกเขาจะได้รับลงทะเบียนพร้อมรับกระดิ่งที่เป็นสัญลักษณ์ว่าสุนัขพวกนี้ ได้เข้าเป็นส่วนหนึ่งของบริษัทแล้ว โดยทางอเมซอนได้จัดพื้นที่พิเศษไว้รองรับสุนัขเหล่านี้ด้วย ไม่ว่าจะเป็นอาหารในจุดบริการชื่อว่า เดอะ ซีแอทเทิล
เบเกอรี (The Seattle Barkery) มีจุดขับถ่าย และสวนให้วิ่งเล่นอีก 1,000 ฟุต อีกด้วย จากการสำรวจของทางบริษัทพบว่า จากสุนัขที่มีการลงทะเบียนทั้งหมด 6,000 ตัวนั้น จะมีสายพันธุ์สุนัขที่คนนิยมเลี้ยงมากที่สุดอยู่สามสายพันธุ์หลักๆ คือ โกลเด้น รีทรีฟเวอร์ , ลาบราดอร์ รีทรีฟเวอร์

นับได้ว่านี่เป็นเรื่องราวที่น่าประทับใจอย่างมากที่ อเมซอนทำให้ออฟฟิศของเขาเต็มไปด้วยคนรักสุนัข โดยจุดเริ่มต้นนั้น มาจากคู่รักหัวหน้าบรรณาธิการและวิศวกรใหญ่ ที่พาเจ้ารูฟัส (Rufus) สุนัขพันธุ์ เพมโบรก เวลช์ คอร์กี้ ของพวกเขามาทำงานด้วยทุกวัน จนกลายแคมเปญอนุญาตให้พนักงานพาสุนัขมาเลี้ยงออฟฟิศนั่นเอง



มิติใหม่แห่งการทำงาน หลังบริษัทอนุญาตให้พา หมา มาด้วยได้ ดูเพิ่มเติมได้ที่ https://www.petcitiz.info/หมา/

14
 เรียกได้ว่าหากใครมีโอกาสผ่านไปแถวเกษตร-นวมินทร์ (ถนนประเสริฐมนูกิจ) ต้องมีคอเคล็ดกันบ้างแหละ ก็แหม…ร้านอาหารหรือสถานบันเทิงต่าง ๆ บริเวณนั้น ต่างก็งัดไอเดียครีเอทรูปแบบการตกแต่งได้อย่างมีเอกลักษณ์เฉพาะตัว ทำให้บรรยากาศมันช่างน่านั่งดริ้งค์เพลิน ๆ พูดคุยมันส์ ๆ ซะเหลือเกิน เอ้า! แล้วจะรอช้าอยู่ทำไมล่ะ ตามเราไปสำรวจร้านเหล้าย่านเกษตร-นวมินทร์กันดีกว่า

Honeymoon Pub & Restaurant

ถ้าเอ่ยถึงร้านเหล้าย่านเกษตร-นวมินทร์ ชื่อของ Honeymoon คงอยู่ในอันดับต้น ๆ ของตัวเลือกแน่นอน เพราะบรรยากาศร้านก็แสนสบาย ๆ เหมาะสำหรับเป็นแหล่งแฮงเอาท์กับเพื่อนฝูง จิบเครื่องดื่มเย็น ๆ เคล้าดนตรีเล่นสดเพราะ ๆ แถมยังตกแต่งร้านได้อย่างเก๋ไก๋ ออกแนว Retro นิด ๆ อีกทั้งยังมีโซนให้เลือกนั่งหลากหลาย ทั้งโซนทานอาหาร, โซนโอเพ่นแอร์, โซนด้านในร้าน และโซนชั้นสองสำหรับผู้ที่ชื่นชอบความเป็นส่วนตัว รวมถึงไม่ต้องกังวลเรื่องที่จอดรถ เพราะกว้างขวางและเดินทางสะดวกสบาย ส่วนเมนูอาหารรสแซ่บที่ไม่ควรพลาด ได้แก่ ยำฮันนีมูน, ข้าวผัดฮันนีมูน, ต้มยำทะเลเดือด, ปลาช่อนฮันนีมูน และหมูทอดฮันนีมูน

Snop Pub & Restaurant

เหล่าผีเสื้อราตรีที่ชอบขยับแข้งขยับขาในบรรยากาศสนุก ๆ คงไม่พลาดไปลั้ลลา Snop Pub & Restaurant สาขาเกษตร-นวมินทร์ แหล่งพักผ่อนในบรรยากาศสวยหรู กว้างขวาง และโด่ดเด่นมีสไตล์ อีกทั้งยังตกแต่งด้วยโทนสีสดใสสไตล์คนขี้เล่น และเต็มไปด้วยของเล่น ตัวการ์ตูน และของสะสมต่าง ๆ ที่ถูกนำมาตกแต่งได้อย่างสวยงามลงตัว พร้อมมุมโซฟานั่งเล่นสบาย ๆ กับเบาะนุ่ม ๆ หรือจะนั่งเพลิน ๆ ริมสระน้ำเก๋ ๆ ก็ได้ไม่ว่ากัน ซึ่งช่วงหัวค่ำจะเป็นเพลงฟังสบาย ๆ แต่พอเริ่มดึกดนตรีก็จะมันส์หยดขึ้นเรื่อย ๆ ส่วนเมนูอาหารรสเยี่ยมที่ไม่ควรพลาด เช่น ปลากระพงสองหน้า, หมึกไข่นึ่งมะนาว และผัดชาวเกาะ

Camp Havana Pub & Restaurant

ใครเป็นขาเที่ยวย่านเกษตร-นวมินทร์ และชื่นชอบดนตรีแจ๊สในบรรยากาศสบาย ๆ สไตล์บ้านและสวน คงจะคุ้นเคยกันดีกับ Camp Havana Pub & Restaurant ด้วยความโดดเด่นของร้านอาหารกึ่งผับที่ตั้งอยู่ในบรรยากาศของสวนสวย ร่มรื่น พร้อมดนตรีฟังสบายที่เป็นเอกลักษณ์ โดยถูกออกแบบเป็น 2 ชั้น ประกอบด้วยหลายโซน หลายมุม ให้เลือกตามความชอบ ทั้งโอเพ่นแอร์เย็นฉ่ำด้วยบ่อน้ำพุ, ในห้องแอร์บรรยากาศสบาย ๆ หรือจะเลือกนั่งที่ระเบียงชั้นบนรับลมเย็น ๆ ส่วนเมนูอาหารรสเยี่ยม เช่น กระพง Alter Native, พล่ากุ้ง ชะอมทอด, Sea Food Havana, ไก่ Volcano และยำบุษยา




ร่าเริงยามค่ำคืนกับร้านนั่งชิล โคโยตี้ แถวเกษตร-นวมินทร์ ดูเพิ่มเติมได้ที่ www.tomorrowland.club

15
จุลินทรีย์พร้อมใช้สูตรพิเศษที่มีคุณสมบัติในการเร่งการย่อยสลายสิ่งปฎิกูลต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นเศษอาหาร คราบไขมัน และอินทรีย์วัตถุทุกชนิดที่เป็นต้นเหตุของปัญหาส้วมเต็ม ส้วมตัน ท่อมีกลิ่นเหม็น เกิดการอุดตันของท่อน้ำทิ้ง การย่อยสลายของคราบไขมันในถังดักไขมัน การสะสมของสิ่งปฏิกูลในถังบำบัดน้ำเสียจนเกิดการล้นเต็ม แบคท์แมนจะช่วยย่อยสลายสิ่งปฏิกูลเหล่านี้

1. แก้ปัญหาส้วมเต็ม ส้วมตัน แบบเร่งด่วนใช้ Bact.man 200 cc. (1 ฝา) เทราดลงในโถส้วม ราดน้ำตา ทิ้งไว้ 2-3 ชั่วโมงและทำต่อเนื่องสัปดาห์ละ 1-2 ครั้ง (เพื่อให้การย่อยสลายได้ผลดีควรใช้เวลากลางคืนช่วงที่ไม่มีคนใช้ห้องน้ำ)

2. ป้องกันปัญหาส้วมเต็ม ส้วมตันแบบปกติ ใช้ Bact 200 cc. (1ฝา) เทราดลงในโถส้วม ราดน้ำตาม ทำต่อเนื่องเดือนละครั้ง

3. สลายคราบไขมันและสิ่งปฏิกูลตกค้างปริมาณมากๆ แบบเร่งด่วนในบ่อดักไขมัน ถังบำบัดน้ำเสีย (แบบใช้ออกซิเจนและไม่ใช้ออกซิเจน) ใช้ Bact 200 cc. (1ฝา) เทลงในบ่อดักไขมัน ถังบำบัดน้ำเสีย ราดน้ำตาม ทำต่อเนื่องสัปดาห์ละ 1-2 ครั้ง

4. สลายครบไขมันและสิ่งปฏิกูลตกค้าง แบบปกติในบ่อดักไขมัน ถังบำบัดน้ำเสีย (แบบใช้ออกซิเจนและไม่ใช้ออกซิเจน) ใช้ Bact 200 cc. (1ฝา) เทลงในบ่อดักไขมัน ถังบำบัดน้ำเสีย ราดน้ำตาม ทำต่อเนื่องเดือนละครั้ง

5. ย่อยสลายกากอาหารสิ่งปฎิกูลขจัด-สลายคราบไขมัน กำจัดกลิ่นใช้ Bact 200 cc. (1ฝา) เทลงในอ่างล้างจาน ท่อระบายน้ำ ราดน้ำตาม ควรทำต่อเนื่องเดือนละครั้ง

6. ดับกลิ่นเหม็นท่อระบายน้ำนอกบ้าน ย่อยสลายสิ่งปฏิกูลพื้นห้อง ใช้ Bact 1/4 ฝา ต่อน้ำ 1 ถัง (20 ลิตร) รด ราด ฉีด พ่น



หัวเชื้อจุลินทรีย์ พร้อมใช้สูตรพิเศษที่มีคุณสมบัติในการเร่งการย่อยสลายสิ่งปฎิกูลต่างๆ ดูเพิ่มเติมได้ที่ https://www.bcithailand.net/หัวเชื้อจุลินทรีย์/

หน้า: [1] 2 3 ... 11