ผู้เขียน หัวข้อ: บทที่ป๊ะป๋าแม่จงรู้ ก่อนกำหนดให้เด็กนั่งคาร์ซีทในรถยนต์  (อ่าน 1 ครั้ง)

0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้

กุมภาพันธ์ 12, 2018, 02:39:44 PM
  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 10212
  • เพศ: ชาย
    • ดูรายละเอียด

 

พ่อมารดาเริ่มหัดหลายคนคงเป็นเอ็นดู ระยะเวลาที่จะพาเจ้าตัวน้อยขึ้นรถใช่มั้ยหล่ะ หลายคราคุณแม่อาจกังวลว่าเข็มขัดนิรภัยจะแน่นเกินไป ทำให้ลูกน้อยไม่สบายตัวเหรอเป็นผลร้าย ไม่ใช่หรือกังวลไปต่างๆ นานาว่า คาร์ซีท เหรอ เบาะนั่งเด็กในรถ จะดีกับลูกน้อยไหม จะพิทักษ์อุบัติเหตุได้จริงไม่ใช่หรือ ซึ่งการเป็นทุกข์นั้นเป็นเรื่องปกติครับ เพราะหากคุณแม่คาดเข็มขัดให้ลูกผิดตำแหน่ง อาจส่งผลต่อเส้นโลหิตของลูกจนเป็นอันตรายได้ โดยเหตุนั้น การที่คุณตรวจสอบยศเข็มขัด ตำแหน่งที่นั่งของลูกทุกครั้งเป็นการดีครับ นอกจากข้อทุกข์ใจด้านบนแล้ว มาดูกันครับว่ามีวิถีทางการใช้ คาร์ซีท ข้อไหนบ้างที่ลื้อต้องระวัง

1. จัดตั้งคาร์ซีท ไม่ดี ข้อแรกที่จำเป็นจะต้องรู้ก่อนเลยตกว่า ขนาดของคาร์ซีทที่เราซื้อมานั้น เหมาะสมกับเบาะรถรึเปล่า พร้อมด้วยต้องทำการประดิษฐานสละเที่ยงตรงด้วย เนื่องจากคาร์ซีทมีทั้งแบบหันหน้าและหันหลัง หากคาร์ซีทเป็นประเภทไหน ควรติดตั้งทิศทางให้ถูกต้อง นอกจากนี้ ควรตรวจทานดูสายคาดให้อยู่ในตำแหน่งที่พอดี ทำได้ล็อคได้มุ่งมั่น ผิมาตุเรศเห็นว่าคาร์ซีทมีความปกติหรือไม่ได้ยินเสียงแปลกๆ ถูกนำคาร์ซีทไปซ่อมหรือว่าเปลี่ยนใหม่ ไม่ควรให้บุตรใช้ต่อไปครับ หากอยู่ในประกัน ช่างจะซ่อมแยกออกให้เปล่าฮะ

2. กินสายคาดผิดอย่าง ล่าคาดไม่พึงสะเพร่าหรือไม่ก็รัดตึงเกินดี บิดรคุณแม่สามารถทดสอบสายคาดเพราะจับสายคาดให้ตึง แล้วใช้นิ้วจิ้มดู สมมติว่าสายบุ๋มลงมาก แสดงว่าหลวมเกินพอดี เพราะว่าคาร์ซีทการตั้งกฎเกณฑ์หันหลัง ไส้ศึกควรอยู่ที่อันดับหรือไม่อยู่ใต้บ่าของลูกเล็กน้อย แม้เป็นคาร์ซีทแบบหัน สายคาดเหมาะอยู่สถานะเดียวกับไม่ใช่หรือเหนือชั้นกว่าไหล่ของลูกครับผม

3. แบ่งออกเด็กดำรงตำแหน่งหันหน้ากะทันหันเกินพอดี ป๋ามารดรหลายคนศักยเคยได้ยินมาว่า ช่วงขวบปีแรกต้องให้ลูกนั่งหันหลัง จวบจนลูกจะน้ำหนัก 9-10 กิโล ถึงจะให้นั่งเบือนหน้า ซึ่งเป็นแนวคิดที่ผิด โดยคบค้าสมาคมกุมารแพทย์แห่งสหรัฐอเมริกาแนะแนวว่า ควรให้ลูกหันหลังจนกว่าจะ 2 ขวบ ด้วยกันสมมติว่าเป็นไปได้การนั่งลงแบบหันหลังนั้นปึกแผ่น พร้อมกับต้องให้ลูกนั่งหันหลังให้เจ็ดชั่วโคตรสุดโต่งเท่าที่จะปฏิบัติได้ มารดาหลายคนอาจลำบากใจว่าถ้าหากลูกตัวใหญ่ขึ้น ทำได้นั่งหันหลังแล้วรู้สึกว่าขาติดกับพนักเบาะรถหรือว่าต้องงอขา แต่จริงๆ แล้วนวทวารของเด็กเชี่ยวชาญยืดงอได้ดีกว่าผู้ใหญ่ ป๋ามาตาไม่ควรเป็นกังวลในข้อนี้ พอลูกโตเกินกว่าขนาดคาร์ซีท แล้วค่อยให้ลูกนั่งหันหน้ากับเบาะปรกติก็ไม่ล่าเกินไปครับผม

 4. ประทานลูกนั่งบูสเตอร์ซีทเร็วเกินควร บูสเตอร์ซีท คือเบาะรองนั่งของเด็กเพราะว่าใช้คืนในรถยนต์ ใช้สำหรับเด็กเวลาชันษา 3-12 ขวบ (น้ำหนักเด็กประมาณ 15 – 36 กิโลกรัม) มีเจ้าของผลิตภัณฑ์บางเจ้า ชักชวนว่าต้องให้ลูกนั่งบูสเตอร์ซีทตั้งแต่ลูกคราว 3 ขวบ แต่จริงๆ แล้วควรรอให้ลูกความหนักเบาราว 18 กิโลเมตรหรืออายุ 4-5 ขวบ พร้อมด้วยลูกเชี่ยวชาญนั่งโดยมีแนวคาดพาดผ่านหน้าอกได้ไม่เว้นการท่องเที่ยว พร้อมทั้งแพทย์ยังสั่งสอนว่าสายรัดตัวส่วน 5 จุดไม่เป็นอันตรายกว่าบูสเตอร์ และพ่อแม่ควรใช้สายรัดตัวจะดีกว่า เพราะทำได้ป้องกันเด็กได้ดีกว่าปั้นเหน่งนิรภัยของบูสเตอร์ซีท เพราะว่าสายรัดตัวอาจจะคุ้มกันลำตัวด้านบน ลดการเคลื่อนไหวและการโดนบนหัวพร้อมทั้งคอลงได้ ครั้นเมื่อที่ปั้นเหน่งนิรภัยปกปักรักษา บริเวณหน้าอกพร้อมด้วยก้นขนาดนั้น

สุทธิอยู่ว่าบูรพการีคงอยู่มิอาจจะระแวดระวังร้ายแรงทุกอย่างที่พร้อมร้ายกาจลูกได้ แต่ทว่าการที่พ่อม้าศักยเลือกใช้เครื่องไม้เครื่องมืออภิบาลพื้นที่มีประสิทธิภาพได้อย่างถูกอย่าง ก็นับเป็นการเติมให้การคุ้มกันภัยให้บุตรได้อีกทางหนึ่งครับ
คำค้นหาที่เกี่ยวข้อง : คาร์ซีทมือสอง

เว็บไซต์ที่เกี่ยวข้อง : http://absoluteclub.net/index.php/topic,364738.new.html#new

Tags : คาร์ซีทมือสอง