ผู้เขียน หัวข้อ: ผิวแพ้ง่าย  (อ่าน 15 ครั้ง)

0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้

พฤษภาคม 15, 2018, 06:37:29 PM
  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 522
    • ดูรายละเอียด

ผิวแพ้ง่าย เป็นสถานการณ์ที่ผิวไวต่อสิ่งรบกวนข้างนอก โดยเฉพาะอย่างยิ่งสารเคมีแล้วก็สภาพภูมิอากาศ นำมาซึ่งผื่นแดง ตุ่มนูน รู้สึกคัน แสบ หรือมีผิวลอกได้ วิธีการทำความรู้ความเข้าใจถึงต้นเหตุแล้วก็สิ่งที่ก่อให้เกิดความเสี่ยงที่ก่อเกิดการระคายเคือง ตลอดจนวิธีสำหรับในการดูแลและก็เลือกใช้สินค้าเพื่อบำรุงผิวที่สมควร บางทีอาจช่วยรีบฟื้นฟูให้ผิวกลับมามีสุขภาพสมบูรณ์แข็งแรง ผิวแข็งแรงอย่างเดิมได้

ผิวแพ้ง่ายดูได้เช่นไร

หลายๆคนที่ใช้ผลิตภัณฑ์ดูแลผิวพรรณขี้อายจำพวกแล้วกำเนิดอาการแพ้มักรู้เรื่องว่าตัวเองมีผิวแพ้ง่าย แต่ทว่าตามที่เป็นจริงแล้วบางทีอาจเป็นเพียงแต่อาการแพ้ที่เกิดขึ้นจากสารเคมีบางตัวโดยเฉพาะอย่างยิ่ง หรือการใช้สินค้านั้นๆในจำนวนมากเหลือเกิน แนวทางสังเกตว่าตัวเองมีผิวแพ้ง่ายไหม ทำเป็นดังต่อไปนี้

ผิวแดงขึ้นในทันทีข้างหลังสัมผัสตัวกระตุ้น ดังเช่นว่า การใช้โฟมที่ใช้สำหรับล้างหน้า หรือการประจันหน้าลมแรง ดูราวกับว่าคือเรื่องธรรดา แม้กระนั้นบางทีอาจเป็นลักษณะของผิวแพ้ง่ายจากผื่นผิวหนังอักเสบประเภทโรซาเซีย (Rosacea) ซึ่งเป็นภาวการณ์ที่เส้นเลือดฝอยใบหน้าแตก ร่วมกับมีตุ่มเล็กๆขึ้นตามคาง แก้ม และก็จมูก
ผิวหลุดลอกบ่อยๆจากการขาดความชื้น มักเกิดขึ้นได้เนื่องมาจากการใช้สินค้าที่มีส่วนผสมของสารรีบการผลัดเซลล์ผิว ยกตัวอย่างเช่น กรดไกลวัวลิก หรือเรตินอยด์ ในจำนวนมากเป็นระยะเวลานาน
แสบผิว ผิวพุพองง่าย เกราะป้องกันผิวของผู้มีผิวแพ้ง่ายนั้นเปราะบางกว่าคนทั่วๆไป ทำให้ผิวไวต่อสารเคมีหลายประเภทและก็บางทีอาจมีการระคายหลังจากที่ได้มีการใช้สินค้าต่างๆดังเช่นว่า เครื่องแต่งหน้า สารทำความสะอาด สินค้าเพื่อบำรุงผิวพรรณ ฯลฯ
รู้สึกคันเสมอๆด้วยเหตุว่าผิวแห้ง เกราะปกป้องรักษาผิวที่บางไม่เพียงแต่ทำให้ระคายง่าย แต่ว่าอาจจะส่งผลให้ผิวเก็บกักความชื้นได้น้อยแล้วก็รู้สึกแห้งด้านกระทั่งมีลักษณะคันตามผิวหนัง
ผิวแพ้ง่ายมีต้นเหตุที่เกิดจากอะไร

ผิวแพ้ง่ายเกิดขึ้นได้จากหลายกรณี ไม่ว่าจะเป็นความไม่ดีเหมือนปกติทางผิวหนังจำพวกต่างๆผิวหนังขาดความชื้น หรือการพบเจอลักษณะอากาศที่ไม่ดีต่อผิวหนังเป็นระยะเวลาที่ยาวนาน ดังต่อไปนี้

ผิวหนังอักเสบ เป็นภาวการณ์ที่ทำให้มีลักษณะอาการคันหรือเกิดผื่นแดงตามผิวหนัง ทั้งทำให้เกราะป้องกันผิวบางลงจนกระทั่งมีการระคายจากสิ่งที่เป็นตัวกระตุ้นข้างนอกได้ง่าย ดังเช่น น้ำ ความร้อน ความเย็น ความชุ่มชื้น ฯลฯ
ผื่นระคายสัมผัส ปัญหาผิวหนังอักเสบที่อาจเป็นเพราะเนื่องจากการพบเจอสาเหตุโอบล้อมหรือสัมผัสสารก่อความเคืองในจำนวนมากหรือเป็นระยะเวลานาน ได้แก่ สารเคมี รังสีรังสีเหนือม่วง ความร้อน ความเย็น ฯลฯ อาจจะส่งผลให้เกิดผื่นแดง ผิวแห้งแตก และก็รู้สึกคันตามผิวหนัง บางรายอาจมีเพียงแต่อาการคันปรากฏแค่นั้น
ผื่นแพ้สัมผัส เป็นผิวอักเสบที่เกิดขึ้นมาจากสิ่งที่เป็นตัวกระตุ้นด้านนอกร่างกาย ดังเช่นว่า สารเคมีบางประเภทในเครื่องแต่งตัว ลักษณะที่คล้ายกับผื่นระคายสัมผัส แต่ว่าเกิดขึ้นได้ยากกว่า ดังนี้ อาการผื่นแพ้บางทีอาจเกิดขึ้นใน 2-3 วัน ภายหลังสัมผัสแรงกระตุ้น
ผื่นคันจากการสัมผัส มีลักษณะเป็นรอยบวมแล้วก็แดงที่ผิวหนัง มักปรากฎโดยทันทีภายหลังจากสัมผัสสิ่งที่เป็นตัวกระตุ้นหรือสารก่อภูมิแพ้
ผื่นผิวหนังอักเสบประเภทโรซาเซีย มักกำเนิดหลังจากที่ใช้สินค้าเกี่ยวกับผิวหน้าหรือเครื่องแต่งตัวประเภทเดิมติดต่อกันเป็นเวลานานนับเป็นเวลาหลายปี ทำให้เส้นเลือดฝอยใบหน้าแตก ผิวหน้าบวม แดง แพ้ง่าย แล้วก็มีตุ่มเหมือนสิว
Aquagenic Pruritus เป็นโรคผิวหนังที่ทำให้มีลักษณะอาการคันข้างหลังอาบน้ำ ไม่ว่าจะเป็นน้ำเย็น น้ำอุ่น หรือน้ำอุณหภูมิปกติก็ตาม
ผิวแห้ง อาจเกิดขึ้นจากกรรมพันธุ์ การกินยา ลักษณะอากาศที่มีความชุ่มชื้นต่ำ ผลพวงจากโรค หรือชำระล้างผิวหลายครั้งเกินความจำเป็น ทำให้ผิวเคือง แพ้ง่าย รวมทั้งมักมีลักษณะอาการคันร่วมด้วย โดยยิ่งไปกว่านั้นเมื่ออยู่ในที่ที่มีอากาศร้อน
Cutaneous Mastocytoses เป็นภาวการณ์ไม่ปกติที่ชั้นผิวหนังมีแมสท์เซลล์ (Mast Cells) ในจำนวนมาก เซลล์จำพวกนี้จะปลดปล่อยสารฮิสทามีน (Histamine) ที่ทำให้มีการเกิดอาการแพ้เมื่อมีสารก่อภูมิแพ้ไปสู่ร่างกาย ทำให้ผิวมีผื่นแดงและก็บวม
คาร์สินอยด์ซินโดรม (Carcinoid Syndrome) เป็นกรุ๊ปลักษณะโรคโรคมะเร็งคาร์สินอยด์ คนไข้มักมีผิวหนังแดงจากเส้นเลือดฝอยขยายตัว ปรากฏร่วมกับอาการอื่นๆตัวอย่างเช่น ท้องเดิน เจ็บท้อง หายใจมีเสียงกรีดร้อง ความดันเลือดต่ำ ฯลฯ
สภาพแวดล้อม การพบเจอกับสิ่งแวดล้อมที่รังควานผิวโดยตลอด ได้แก่ แดด ลม อากาศร้อนหรือหนาวจัด อาจจะเป็นผลให้กำเนิดอาการแพ้ได้
ทดลองผิวแพ้ง่ายได้เช่นไร

ผู้มีผิวแพ้ง่ายควรจะเข้ารับการตรวจค้นต้นเหตุที่นำมาซึ่งอาการแพ้ เพื่อรับการดูแลรักษาหรือเลี่ยงต้นสายปลายเหตุกระตุ้นดังที่กล่าวผ่านมาแล้วได้อย่างถูกจุด โดยหมอบางทีอาจตรวจทานอาการแล้วก็เสนอแนะให้รับการทดลองด้วยแนวทางดังนี้

แนวทางปิดสารทดสอบบนผิวหนัง เป็นแนวทางที่นิยมใช้ทดลองภูมิแพ้ผิวหนัง หมอจะปิดแผ่นติดผิวหนังที่ป้ายสารก่ออาการแพ้ 20-30 ประเภท รอบๆแขนหรือแผ่นข้างหลังของผู้ทดลองรวมทั้งทิ้งเอาไว้ราวๆ 48 ชั่วโมง ระหว่างนี้จำเป็นต้องหลบหลีกไม่ให้ผิวหนังรอบๆที่ทดลองสัมผัสน้ำแล้วก็มีเหงื่อออก เมื่อถึงกำหนดก็เลยดึงแผ่นติดผิวหนังออก ถ้าหากพบว่าผิวหนังรอบๆใดเกิดผื่นแดง มีความหมายว่าคนรับการทดลองแพ้สารจำพวกนั้นๆ
แนวทางสะกิด ใช้ตรวจดูสารก่อภูมิแพ้ได้ถึง 40 จำพวกในคราวเดียว นิยมเอามาทดลองอาการแพ้จากเกสรดอกไม้ เชื้อรา ไรฝุ่นผง แล้วก็ของกิน หมอจะหยดสารที่คาดว่าก่อเกิดการแพ้ตามรอบๆท้องแขนหรือแผ่นข้างหลัง แล้วหลังจากนั้นใช้เข็มสะกิดผิวของผู้ทดลองตามจุดที่หยดสาร แล้วทิ้งเอาไว้ 15 นาที ตำแหน่งที่แพ้จะเกิดผื่นแดงหรือตุ่มเหมือนยุงกัด ดังนี้ หมอบางทีอาจป้ายฮิสทามีน กลีเซอรีน (Glycerin) หรือน้ำเกลือ ลงบนผิวประเภทละตำแหน่งด้วย เพื่อมองว่าผิวหนังของผู้ทดลองสนองตอบต่อสารก่อภูมิแพ้ปกติหรือเปล่า ถ้าหากผิวไม่สนองตอบต่อฮิสทามีน บางทีอาจจำเป็นต้องใช้การทดลองด้วยแนวทางอื่นแทน ส่วนผิวที่ป้ายกลีเซอรีนหรือน้ำเกลือแล้วกำเนิดอาการแพ้ บางทีอาจแสดงได้ว่าผู้ทดลองมีผิวแพ้ง่าย
การตัดชิ้นเนื้อจากผิวหนังส่งไปเพื่อทำการตรวจ เป็นการตัดเยื่อผิวหนังรอบๆที่แตกต่างจากปกติแล้วก็นำไปตรวจทานด้วยกล้องจุลทรรศน์ เพื่อหาที่มาของอาการไม่ดีเหมือนปกติ
ผิวแพ้ง่ายควรจะดูแลยังไง

ผู้มีผิวแพ้ง่ายควรที่จะเลือกใช้สินค้าชำระล้างหน้า บำรุงผิวหน้า และก็เครื่องแต่งหน้าที่สุภาพต่อผิว รวมทั้งปรับพฤติกรรมการใช้ชีวิตเพื่อหลบหลีกเหตุที่บางทีอาจกระตุ้นให้ผิวหนังกำเนิดอาการแพ้หรือเคือง ดังต่อไปนี้

ทดลองอาการแพ้ทุกคราวก่อนใช้สินค้าทุกประเภท โดยทาบางๆรอบๆข้อพับแขน ข้อมือ ท้องแขน หรือข้างหลัง หลบหลีกไม่ให้ผิวหนังส่วนที่ทดลองสัมผัสน้ำหรือเหงื่อราว 48 ชั่วโมง ถ้าหากเกิดผื่นแดงแปลว่ามีลักษณะอาการแพ้และไม่ควรที่จะใช้สินค้าดังกล่าวมาแล้วข้างต้น
เลี่ยงสินค้าที่มีน้ำหอม แอลกอฮอล์ รวมทั้งส่วนประกอบบางประเภทที่อาจจะเป็นผลให้มีลักษณะแพ้ได้ง่าย ดังเช่นว่า เรตินอยด์ กรดอัลฟาไฮดรอกซี (Alpha-Hydroxy Acids: AHA) ทัลคัม (Talc) แร่กลีบหิน (Mica) สารเคมียับยั้งกลิ่นกาย รวมทั้งสารเคมีที่มีคุณลักษณะทำลายหรือยั้งแบคทีเรีย
ไม่สมควรใช้สินค้าเพื่อผลัดเซลล์ผิว ถ้าอยากผลัดเซลล์ผิวควรจะทำภายใต้การดูแลของหมอ
เลี่ยงการใช้งานเครื่องสำอางที่มีคุณลักษณะกันน้ำหรือมีสารกันเสียเป็นองค์ประกอบ
ไม่สมควรใช้เครื่องแต่งหน้าหรือสินค้าที่หมดอายุ เพราะว่าบางทีอาจมีการเปลี่ยนภาวะแล้วก็มีอันตรายต่อผิวหนัง
เลี่ยงลักษณะอากาศหนาวจัดหรือร้อนมาก โดยเฉพาะอย่างยิ่งคนที่มีปัญหาทางผิวหนัง ได้แก่ ผื่นผิวหนังอักเสบ เพราะว่าอาจจะเป็นผลให้อาการแพ้ร้ายแรงขึ้น
หลบหลีกการออกที่โล่งแจ้งในขณะ 9.00-14.00 น. เพราะเหตุว่าเป็นตอนที่มีความเข้มของรังสียูวีค่อนข้างจะสูง
ใช้สินค้าที่ผ่านการยืนยันจากอย. (สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา) แค่นั้น
ใช้สินค้าสำหรับคนที่มีผิวแพ้ง่ายโดยเฉพาะอย่างยิ่ง
ใช้สินค้าสำหรับเพิ่มความชื้นให้ผิวบ่อยๆเพื่อคุ้มครองปกป้องผิวแห้ง โดยควรจะเลือกที่สร้างขึ้นมาจากวัตถุดิบธรรมชาติเป็นหลักแล้วก็ไม่มีน้ำหอม
ทาโลชั่นที่เอาไว้สำหรับป้องกันแสงแดดที่มีค่าป้องกันแสงแดดหรือ SPF ตั้งแต่ 30 ขึ้นไปบ่อยๆ โดยเฉพาะอย่างยิ่งก่อนออกแดด ควรที่จะทำการเลือกโลชั่นที่มีไว้กันแสงแดดที่มีส่วนผสมของสิงก์ออกไซด์ (Zinc Oxide) และก็ไททาเนียมไดออกไซด์ (Titanium Dioxide) เป็นหลัก เนื่องจากว่าสารทั้ง 2 ประเภทนี้จะไม่ซึมผ่านผิวหนัง ทำให้เสี่ยงมีการแพ้ได้น้อย
หมั่นล้างรวมทั้งชำระล้างข้าวของที่สัมผัสผิวหน้าเสมอๆ ได้แก่ วัสดุอุปกรณ์แต่งหน้าทาปาก ปลอกที่เอาไว้สำหรับใส่หมอน ฯลฯ เพราะเหตุว่าเชื้อแบคทีเรียที่สะสมอยู่ตามสิ่งพวกนี้บางทีอาจเป็นเหตุก่อเกิดสิวแล้วก็ปัญหาที่เกิดจากทางผิวหนังที่นำมาซึ่งการทำให้ผิวระคายง่าย
เลือกใส่เสื้อผ้าเนื้อบางเบา ไม่รัดรูป หรือสร้างขึ้นมาจากวัตถุดิบธรรมชาติ ตัวอย่างเช่น ผ้าฝ้าย เพื่อคุ้มครองการระคายเคืองของผิวหนัง


ก่อนที่จะวินิจฉัยว่าตนเองเป็นคน ผิวแพ้ง่าย มาอ่านเนื้อหานี้ก่อนนะคะ
คนโดยมากมักรู้สึกว่าเมื่อกำเนิดอาการแสบ คัน หรือแดง หรือความผิดแปลกจากการใช้งานเครื่องสำอางจะเป็นการแพ้ไปทั้งปวงซึ่งในความเป็นจริงแล้วเมื่อกำเนิดอาการดังที่กล่าวผ่านมาแล้ว โดยมากมากยิ่งกว่า 80-90 % จะเป็นการเคือง ที่เหลืออีก 10-20% เพียงแค่นั้นที่เป็นการแพ้จริงๆ

าการเปลี่ยนไปจากปกติจากการใช้งานเครื่องสำอางมี 2 จำพวกสำคัญๆ
1. การระคายเคือง Irritant contact dermatitis : เจอได้ 80-90% อย่างยิ่งจริงๆรวมทั้งมักเกิดขึ้นกับคนส่วนมาก ไม่่ใช่เพียงแค่พวกเราผู้เดียว คนอื่นใช้ก็มีลักษณะแบบเดียวกัน ทำให้เห็นว่า ครีมนั้นๆอาจมีส่วนประกอบของสารบางจำพวกที่ก่อการระคาย

การระคายเคืองสังกัด

ความแข็งแรงรวมทั้งบริบูรณ์ของผิวขณะนั้น : ผู้ที่มีผิวแห้ง ลอก ผิวชั้นนอกขาดความสมบูรณ์ เรียงหน้าไม่มีระเบียบ อย่างเช่น กัดหน้ามาตลอด พึ่งไปทำ laser ผึ่งแดดจัด กรุ๊ปพวกนี้มีการเสี่ยงที่จะกำเนิดอาการระคายได้ง่ายดายกว่าคนทั่วๆไป การดูแลรักษาผิวให้ถูก เน้นย้ำสร้างเสริม skin barrier จะช่วยทำให้ผิวมีความแข็งแรงรวมทั้งทนต่อการระคายเคืองได้ดิบได้ดีขึ้น
จำนวนที่ใช้ : ทามาก เคืองมากมาย ทาน้อย ระคายน้อย หยุดใช้อาการดียิ่งขึ้นรวมทั้งหายไป พอกลับมาใช้ใหม่ บางคราวก็มีลักษณะอาการ บางครั้งก็ไม่มีอาการ
ช่วงเวลาที่ใช้ : แรกๆที่ใช้ ช่างเถอะ แต่ว่าวันดีคืนดี ก็มีลักษณะอาการ อาจเกิดขึ้นเนื่องจากมีการระคายนิดๆจนกระทั่งสะสม
ความเข้มข้นของสารก่อระคายในสินค้า : การระคายเคืองมักมีสาเหตุมาจากสินค้าที่มีส่วนผสมบางประเภทเข้มข้นเหลือเกิน ถ้าเกิดลดความเข้มข้นลงก็จะไม่ทำให้เกิดอาการเคืองดังเช่น AHA ความเข้มข้นต่ำ พวกเราจะไม่เคยรู้สึกคันยิบๆแม้กระนั้นถ้าหากความเข้มข้นสูงมากขึ้น ก็จะรู้สึกแสบยิบๆเสมือนโดนเข็มแทง


2. การแพ้ Allergic contact dermatitis : เจอเพียงแต่ 10-20%
การแพ้นับว่าเป็นปฏิกิริยาส่วนตัว ผิวของแต่ละคนก็แพ้สารนาๆประการ การจะรู้ดีว่าตนนั้นแพ้สารเคมีตัวไหน จำเป็นต้องกระทำทดลองในห้องแลบของ โรงพยาบาล เรียกว่าการทำ patch test ปริศนาที่ว่า ครีมนี้หนูใช้ได้มั๊ย ใช้แล้วจะแพ้มั๊ย ไม่มีผู้ใดตอบได้ แพทย์ที่เก่งที่สุดในโลกก็ตอบมิได้จ้ะ นอกเหนือจากการที่จะทดลองใช้แล้วก็ทดลองแพ้มองสักหนึ่งครั้ง แนวทางการทำ patch test เพื่อทดลองหาสารที่แพ้ก่อนเกิดเรื่องที่ดี แล้วต่อจากนั้นก็ค่อยมาเลือกเครื่องแต่งตัวว่ามีสารที่แพ้ผสมอยู่ไหม
ผลของการทำ patch test สามารถใช้ชี้แจงการแพ้กับผิวหนังทุกส่วนของร่างกาย แปลว่า หากทำ patch test ที่แผ่นข้างหลังแล้วพบว่าพวกเราแพ้สาร A ถ้าหากเอาสาร A ไปทาที่หน้า ขา แขน หรือส่วนอื่นของร่างกาย ก็จะกำเนิดอาการแพ้เช่นเดียวกัน

ข้อควรจะจำ
1. หากพวกเราแพ้ ไม่ว่าจะทาสินค้านั้นบนส่วนใดส่วนหนึ่งของร่างกาย ก็จะกำเนิดอาการ ผื่น บวม แดง คันได้แบบเดียวกันหมด ข้อนี้เป็นความไม่เหมือนกับการระคายเคืองที่แน่ชัด อย่างที่ได้บอกไปว่าการระคายนั้นสังกัดความแข็งแรงรวมทั้งความสมบูรณ์ของผิวหนัง บางบุคคลกัดหน้า ใช้ยารักษาสิวมาตลอด พอเพียงมาทาครีมก็กำเนิดอาการระคายได้ แม้กระนั้นเพียงพอเอาครีมนั้นไปทาท้องแขน ทาขา ทาแผ่นข้างหลัง กลับช่างเถิดเลย
2. ผิวจะแข็งแรงบริบูรณ์หรือบางอ่อนแอ ก็แพ้ได้เช่นเดียวกัน : การแพ้มิได้สังกัดว่าคุณจะมีผิวแข็งแรงหรือบางอ่อนแอ แม้กระนั้นผิวบางอ่อนแอรวมทั้งกำลังมีการเคืองจากสินค้าบางสิ่งบางอย่าง กลุ่มนี้มีการเสี่ยงที่จะมีการแพ้ได้ง่ายมากยิ่งขึ้น
3. เพียงแค่ความเข้มข้นน้อยๆก็แพ้ได้ : ไม่ต้องทามาก ทาบางๆก็แพ้ เพียงแค่ความเข้มข้นต่ำๆก็สามารถกระตุ้นให้ภูมิต้านทานสร้างแอนติบอดีต้านทานได้

อาการแพ้ ที่มองเห็นได้ชัดที่สุดเป็น ผื่นแดง คัน บางบุคคลบางทีอาจปรับปรุงเป็นสิวและก็แพร่กระจาย ควรจะแยกการแพ้แล้วก็การระคายเคืองให้ออก แม้ว่าจะเป็นอะไรที่แยกยาก เนื่องจากว่าอาการใกล้เคียงกันมากมาย แม้กระนั้นก็ต้องการให้พากเพียรแยกให้ได้ โดยหาเรื่องผล เชื่อมโยงความเกี่ยวข้องระหว่างในตอนที่ใช้กับอาการที่เกิดขึ้น จะได้ปกป้องตัวเองได้ถูกและไม่เป็นการปิดโอกาสตนเองที่กำลังจะได้ใช้สรับประทานสนใจตัวอื่น เคยพบคนจำนวนไม่น้อย บอก