ผู้เขียน หัวข้อ: เมื่อที่เก็บข้อมูลมีปัญหา จะปรับปรุงแก้ไขยังไง ใช้ที่เก็บข้อมูลคุณภาพสิ คลิกเลย  (อ่าน 2 ครั้ง)

0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้

กรกฎาคม 02, 2018, 11:00:57 PM
  • Sr. Member
  • ****
  • กระทู้: 351
  • เพศ: ชาย
    • ดูรายละเอียด

เมื่ออุปกรณ์เก็บข้อมูลมีปัญหา จะปรับแต่งเช่นไร
.

.
ปฏิเสธไม่ได้เลยว่าในการดำเนินการเอกสารบนคอมพิวเตอร์นั้น เครื่องใช้จัดเก็บข้อมูลเป็นเรื่องสำคัญ เพราะว่ามิเช่นนั้นพวกเราก็จะไม่สามารถรักษางานไว้ได้ ยิ่งแนวทางการทำเอกสารสำคัญๆด้วยแล้ว เครื่องมือจัดเก็บข้อมูลยิ่งกลายเป็นสิ่งที่ขาดไม่ได้กันอย่างยิ่งจริงๆ
.

.
แต่ในหลายๆครั้ง เครื่องอุปกรณ์จัดเก็บข้อมูลก็กำเนิดปัญหาขึ้นขณะทำงาน ตัวอย่างเช่นไม่อาจจะเชื่อมต่อกับคอมพิวเตอร์ได้ หรือถูกไวรัส มัลแวร์ชนิดต่างๆเข้าแฝงตัว กระทั่งทำให้งานที่อยู่ในอุปกรณ์จัดเก็บข้อมูลนั้นต้องมีปัญหา มีการเปิดไม่ได้บ้าง มีไฟล์งานเกิดขึ้นซ้ำกันหลายไฟล์จนไม่รู้จักว่าอันไหนเป็นไฟล์จริง อันไหนเป็นไฟล์ไวรัสบ้าง หรือร้ายกว่านั้น งานที่อยู่ในเครื่องใช้จัดเก็บข้อมูลอาจจะหายไป ถ้าเป็นงานสำคัญด้วยแล้ว ก็จำต้องเรียกว่านรกบังเกิดกันอย่างยิ่งจริงๆ ผู้อ่านหลายๆคนอาจกำลังกังวลใจกับปัญหานี้อยู่ ขอบอกเลยว่าไม่ต้องวิตกกังวลไป ด้วยเหตุว่าเครื่องมือจัดเก็บข้อมูลจะมีปัญหา แต่พวกเราก็เพียงพอจะมีทางออกกันอยู่บ้าง ดังที่เราจะเอามาพรีเซนเทชั่นกันในบทความนี้
ซึ่งการแก้ไขปัญหาเกี่ยวกับอุปกรณ์เก็บข้อมูลนั้น ตามที่กล่าวไปกว่าปัญหาที่เกิดกับเครื่องใช้จัดเก็บข้อมูลนั้นมีได้หลายประเภท เพราะฉะนั้น เราจึงจะพูดถึงแนวทางการแก้ปัญหาไปตามลักษณะของสิ่งที่เกิดขึ้น ดังต่อไปนี้
1. ปัญหาเชื่อมต่อกับคอมพิวเตอร์ไม่ได้ ปัญหาดังล่าวนี้มีต้นเหตุอยู่ 3 ประการ อย่างเช่น สายเคเบิ้ลที่ใช้ต่ออุปกรณ์จัดเก็บข้อมูลเข้ากับคอมพิวเตอร์มีปัญหา บางทีอาจเกิดการหัก พับ หรือบิดงอจนทำให้กระแสไฟฟ้าไม่อาจจะผ่านได้สะดวก ทำให้ไม่สามารถต่อเครื่องไม้เครื่องมือได้ แนวทางแก้ก็คือ ทดลองแปลงเอาสายเคเบิ้ลสายอื่นๆซึ่งสามารถใช้แทนกันได้มาถัดไปก่อน ต้นเหตุถัดมาที่พวกเราพบได้คือ port usb บนคอมพิวเตอร์ที่พวกเราใช้เสียบสายเชื่อมต่อกับเครื่องไม้เครื่องมือจัดเก็บข้อมูลอยู่นั้นมีปัญหา ถ้าเกิดเป็นต้นเหตุนี้ เราสามารถแก้ไขได้ด้วยการถอดสายเคเบิ้ลออกมาจาก port เดิม แล้วค่อยนำไปเสียบกับ port ใหม่ที่อยู่ใกล้ๆกัน ส่วนต้นสายปลายเหตุประการที่ 3 มาจากปัญหาที่ตัวเครื่องไม้เครื่องมือจัดเก็บข้อมูลเอง ถ้าเกิดเป็นข้อนี้ ให้เราตรวจตราดูว่ามีปัญหาอะไรอยู่ที่ตัวอุปกรณ์บ้าง อย่างเช่น อาจมีสนิมขึ้นในจุดที่ใช้เชื่อมต่อสายเคเบิ้ล ก็ให้ทำการขัดด้วยกระดาษทรายจนกระทั่งสะอาด กระแสไฟจะสามารถไหลผ่านได้ หรือเปล่า อาจมีองค์ประกอบบางสิ่งบางอย่างในอุปกรณ์จัดเก็บข้อมูลที่หลุด หรือชำรุดทรุดโทรมอยู่ ถ้าเป็นเช่นนี้วีเดียวที่จะแก้ปัญหาได้ ก็คือ นำเครื่องใช้จัดเก็บข้อมูลเข้าศูนย์ซ่อม แล้วให้ทางศูนย์กระทำการ back up ข้อมูลให้
.

.
2. ปัญหาไฟล์งานสูญหาย หรือเสียหายด้วยเหตุว่าเชื้อไวรัสและก็มัลแวร์เข้าซ่อนตัวในอุปกรณ์จัดเก็บ ปัญหานี้นับว่าเป็นปัญหาที่พบบ่อยที่สุดสำหรับที่เก็บข้อมูล โดยเมื่อเชื้อไวรัสเข้าแอบ มันจะทำลายข้อมูลในอุปกรณ์จัดเก็บข้อมูลของเรา ส่งผลให้ไฟล์งานหาย หรือบางทีอาจจะยังอยู่แต่ว่าไม่สามารถเปิดได้ ทางแก้มีอยู่ทางเดียวหมายถึงเราจึงควรใช้โปรแกรมสแกนไวรัสเพื่อทำลายเชื้อไวรัส รวมทั้งมัลแวร์ที่อยู่ในอุปกรณ์จัดเก็บข้อมูลของพวกเราไปก่อน ในขั้นตอนนี้ ไฟล์ข้อมูลบางตัวของเราต้องหายไปด้วย เมื่อกำจัดไวรัสเสร็จสิ้นแล้ว ขั้นต่อไปคือการใช้โปรแกรมชนิดกู้คืนไฟล์ ดังเช่น Recuva กระทำค้นหาไฟล์ที่เคยถูกจัดเก็บอยู่ในเครื่องใช้ไม้สอยของเรา เมื่อค้นหาเสร็จ มันจะแสดงผลลัพธ์การค้นหา และก็ไฟล์ที่ถูกลบไป ก็ให้เรากดปุ่ม recover เพื่อดึงไฟล์ที่ถูกลบไปกลับมาอีกรอบ
การแก้ปัญหาที่เกิดขึ้นอยู่กับเครื่องอุปกรณ์จัดเก็บข้อมูลของเรานั้น เราสามารถทำเป็นตามกรรมวิธีที่กล่าวถึงไปในข้างต้น ดังนี้ การแก้ไขปัญหาดังกล่าว ผู้ใช้งานควรทำใจเอาไว้ในระดับหนึ่งว่าอาจไม่อาจจะกู้คืนไฟล์กลับมาได้ 100% โดยเฉพาะไฟล์ที่เคยเสียหายไปเนื่องจากว่าเชื้อไวรัสแล้วก็มัลแวร์จำพวกต่างๆแม้ว่าจะหาพบแล้วกู้กลับมาได้ แต่ก็มีโอกาสสูงที่ไฟล์จะไม่อาจจะเปิดได้ เพราะฉะนั้น ก่อนที่จะปัญหาจะเกิดขึ้น พวกเราจำเป็นต้องมีการตระเตรียมป้องกันไว้ก่อน ดังนี้
1. ควรหาซื้อที่เก็บข้อมูลไว้หลายๆตัว แล้วป้อนข้อมูลในเครื่องใช้จัดเก็บข้อมูลทุกตัวที่พวกเราซื้อมา โดยเฉพาะอย่างยิ่งไฟล์ที่มีความจำเป็น อย่าจัดเก็บไว้ในเครื่องมือเพียงแค่ตัวเดียว เพื่อที่ว่าหากเครื่องใช้จัดเก็บข้อมูลตัวหนึ่งมีปัญหา พวกเราก็สามารถนำไฟล์จากอุปกรณ์จัดเก็บข้อมูลอีกตัวหนึ่งมาใช้แทนได้
2. ควรที่จะนำ Cloud มาใช้เป็นตัวช่วยสำหรับการจัดเก็บข้อมูล Cloud เป็นไดรฟ์ออนไลน์สำหรับเก็บข้อมูล ในปัจจุบันมีผู้ให้บริการหลายรายที่สร้าง Cloud ออกมา เช่น Dropbox Onedrive Google Drive ฯลฯ Cloud เหล่านี้จะเป็นที่จัดเก็บข้อมูลชั้นเลิศ ไม่มีอันตรายแล้วยังปลอดภัยจากเชื้อไวรัส แล้วก็ถึงแม้ว่าจะอุปกรณ์จัดเก็บข้อมูลของเราเสียหายไปทั้งปวง เราก็ยังสามารถล็อกอินเพื่อเข้า Clod แล้วไปดาวน์โหลดไฟล์กลับมาใช้งานต่อได้
3. เมื่อดำเนินงานเสร็จแล้ว ให้รีบส่งงาน อย่าปล่อยงานทิ้งเอาไว้ในอุปกรณ์จัดเก็บข้อมูลเพราะคิดว่าส่งเวลาใดก็ได้ กรรมวิธีนี้เหมาะกับผู้ที่ส่งงานทางอีเมล์ การรีบส่งงานไปก่อน จะช่วยให้จุดหมายมีงานของเราเก็บไว้ หากเครื่องอุปกรณ์จัดเก็บข้อมูลของเรามีปัญหาขึ้นมา เราก็สามารถขอให้ที่หมายส่งงานของพวกเรากลับมาได้ นอกเหนือจากนี้ การรีบส่งงานไปก่อน ยังช่วยให้หัวหน้างานเห็นความคืบหน้า แล้วก็มองว่าเราเป็นคนที่มีความรับผิดชอบต่องานอีกด้วย
เมื่ออุปกรณ์จับเก็บข้อมูล มีปัญหา ย่อมนับว่าเป็นเรื่องใหญ่สำหรับผู้กระทำงานเอกสาร อย่างไรก็ดี แนวทางปรับปรุงก็ยังมีอยู่ ถ้าเกิดผู้ใช้คอมพิวเตอร์ท่านใดที่กำลังเจอปัญหาดังที่ได้กล่าวมาแล้วข้างต้น ขออย่าพึ่งเครียด ให้รีบใช้กรรมวิธีแก้ปัญหาดังที่พูดถึงไปข้างบน ถึงแม้มันอาจไม่สามารถจัดการกับปัญหาได้ 100% แม้กระนั้นก็ช่วยให้พวกเราประคองชีวิตรอดต่อไปได้
.
ที่มา
บทความอุปกรณ์จับเก็บข้อมูล: https://www.dotlife.store/storage.html, dotlife

Tags : อุปกรณ์จับเก็บข้อมูล,อุปกรณ์เก็บข้อมูล,ที่เก็บข้อมูล