ผู้เขียน หัวข้อ: มะนาว มีสรรพคุณเเละประโยชน์ดีๆ อีกมากมายที่เรายังไม่รู้  (อ่าน 2 ครั้ง)

0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้

กรกฎาคม 06, 2018, 01:21:07 PM
  • Newbie
  • *
  • กระทู้: 13
  • เพศ: ชาย
    • ดูรายละเอียด


มะนาว
ชื่อสมุนไพร มะนาว
ชื่ออื่นๆ/ชื่อเขตแดน ส้มมะนาว (ภาคกลาง),ส้มท้องนาว (ภาคใต้) ,สีมานีปีห์ (มลายู) ,หมากฟ้า (ไทยใหญ่) , โกรยชะม้า (เขมร) , มะเน้าเลย์ , มะนอเกละ , ปะนอเกล (กะเหรี่ยงแม่ฮ่องสอน) , ปะโหน่งกลยาน (กะเหรี่ยง กาญจนบุรี)
ชื่อสามัญ  Common lime, Lime , Sour lime
ชื่อวิทยาศาสตร์  Citrus aurantifolia (Christm. et Panz.) Swing.
ชื่อพ้องวิทยาศาสตร์  Limonia aurantifolia Christm. & Panzer.
วงศ์  Rutaceae
บ้านเกิด เช้าใจกันว่ามะนาวเป็นพืชท้องถิ่นในภูมิภาคเอเซียอาคเนย์เพราะว่าคนที่อยู่ในภูมิภาคนี้ รู้จักการใช้ผลดีจากมะนาวกันอย่างดีเยี่ยมมาตั้งแต่สมัยก่อนแล้ว ซึ่งหนึ่งในซึ่งก็คือเมืองไทย แต่มีการค้นพบอีกชิ้นหนึ่งที่เชื่อว่ามะนาวมีต้นตอในประเทศอินเดียภาคเหนือ และก็เขตเชื่อมต่อกับเมียนมาร์ รวมถึงทางตอนเหนือของมาเลเซีย (แม้กระนั้นน่าแปลกที่ไม่พบมะนาวในป่าของไทย) ตอนนี้มีการปลูกมะนาวทั่วๆไปในเขตร้อน และก็เขตอบอุ่นกึ่งร้อนทั้งโลกด้วยเหตุว่ามะนาวสามารถขึ้นได้ในที่ดินมีความอุดมสมบูรณ์ของดินต่ำ และก็ทนต่อดินเนื้อละเอียดได้ดีมากยิ่งกว่าส้ม
ลักษณะทั่วไป มะนาวเป็นไม้ผลยืนต้นขนาดเล็กมีลักษณะเป็นพุ่มไม้มีความสูงเฉลี่ย 2-5 เมตร ลำต้นมีลักษณะโค้งงอไม่ค่อยแข็งแรง เปลือกของลำต้นมีสีน้ำตาลผสมเทา กิ่งอ่อนของมะนาวมีสีเขียวอ่อน เมื่อแก่ สีจะเข้มขึ้นจนเป็นสีน้ำตาลส่วนกิ่งที่แก่มากจะเป็นสีเทา การออกของกิ่งไม่ค่อยเป็นระเบียบ บนลำต้นรวมทั้งแขนงจะมีหนาม หนามมีลักษณะแหลมมีทั้งยังหนามสั้นรวมทั้งหนามยาวมีสีเขียวเข้มและก็สีเขียวอมเหลือง ส่วนบริเวณปลายหนามีสีน้ำตาล เมื่อแก่ขึ้นหนามจะแห้งตามไป
                ใบของมะนาวมีลักษณะเป็นใบคนเดียว เป็นมีแผ่นใบอันเดียว ใบมีขนาดเล็กกว้างราวๆ 3-6 ซม. ยาวประมาณ 6-12 ซม.รูปร่างเป็นแบบรีหรือทรงไข่ ฐานใบมีลักษณะกลม ปลายใบมีรูปแหลม ป้าน ขอบใบเป็นคลื่น หรือเป็นหยักละเอียด ก้านใบสั้นแล้วก็มีปีกใบแคบหรือบางทีอาจไม่มีปีกใบก็ได้ ดังนี้ขึ้นอยู่กับจำพวกมะนาว ใบอ่อนมีสีเขียวจางแทบเป็นสีขาว ใบแก่มีสีเขียวเข้ม ผิวใบด้านบนละเอียดวาวส่วนผิวใบข้างล่างออกจะหยาบและมีสีจางกว่า เมื่อกระทำการขยี้ใบจะมีกลิ่นฉุน
                ดอกมะนาวบางทีอาจกำเนิดเป็นดอกคนเดียวหรือช่อก็ได้ มีทั้งที่เป็นดอกสมบูรณ์และไม่บริบูรณ์ ดอกจะออกรอบๆซอกใบแล้วก็ปลายกิ่ง ดอกมะนาวมีขนาดเล็ก ดอกที่ตูมจะมีขนาดความยาว 1-2 ซม. กลีบเลี้ยงมีสีเขียวเป็นรูปถ้วยมี 4-6 หยัก ส่วนกลีบดอกมีสีขาว และด้านท้องกลีบอาจมีสีม่วงอมแดงเจืออยู่ด้วย กลีบมีลักษณะเป็นรูปถ้วย มีจำนวน 4-5 อัน ปริมาณกลีบในรวมทั้งกลีบนอกมีปริมาณเท่าๆกัน แต่ละกลีบมีขนาด 0.8-1.2 เซนติเมตร ดอกมะนาวมีเกสรตัวผู้จำนวนมากถึง 20-40 อัน เชื่อมติดกันเป็นกลุ่ม กลุ่มละ 4-8 อัน เกสรตัวเมียมีรังไข่รูปร่างเป็นทรงกระบอก ใน 1 ดอก จะมีรังไข่ราวๆ 9-12 อัน
                ผลมะนาวมีรูปร่างนานับประการตามจำพวกของพันธุ์ มีรูปร่างยาวรี รูปไข่ และก็รูปร่างกลม ที่ตูดผลมีลักษณะเป็นจุกหรือปุ่มเล็กๆผลโดยปกติมีขนาดความยาว 3-12 ซม. เปลือกมักษณะขรุขระ และก็มีต่อมน้ำมันเปลือกผิว ผิวเปลือกเมื่อแหลม ใส่อยู่จำนวนไม่ใช่น้อย เนื้อมะนาวมีสีเหลืองอ่อน มีรสเปรี้ยวแล้วก็มีกลิ่นหอมสดชื่นเมล็ด ขนาดเล็กเหมือนรูปไข่ ด้านปลายหัวจะแหลม ข้างในเมล็ดมีเยื่อสีขาว
การขยายพันธุ์  มะนาวเป็นพืชที่สามารถปลูกเจริญในดินเกือบทุกจำพวก ไม่ว่าจะเป็น ดินเหนียว ดินทราย แม้กระนั้นถ้าหากต้องการจะปลูกมะนาว ให้เจริญงอกงามดี มี ผลดก รวมทั้งคุณภาพดี ก็ควรจะปลูกไว้ในพื้นที่ที่เป็นดินที่ร่วนซุย มีการระบาย น้ำดี มีอินทรียวัตถุผสม อยู่มากมาย แล้วก็ควรจะเลือกพื้นที่ที่อยู่ใกล้แหล่งน้ำ
ส่วนการขยายพันธุ์มะนาวนั้นสามารถทำได้หลายวิธี ได้แก่ การทำหมันกิ่ง การทาบกิ่ง แล้วก็การติดตา แต่ว่าวิธีที่เป็นที่ชื่นชอบในการขยายพันธุ์มะนาวเยอะที่สุดเป็น การตอนกิ่ง โดยมีวิธีดังนี้

  • เลือกกิ่งที่ไม่แก่หรืออ่อนเกินความจำเป็นและไม่เป็นโรคหรือมีแมลงกัดกิน ยาวโดยประมาณ 30-50 เซนติเมตร รวมทั้งมีเส้นผ่าศูนย์กลางราว 0.5 เซนติเมตรขึ้นไป
  • ตัดหนามและใบในรอบๆที่จะควั่นกิ่งออกโดยประมาณ 5 เซนติเมตร
  • ควั่นกิ่งออกเป็น 2 รอยให้ลึกถึงเนื้อไม้ห่างกัน 1-2 ซม.
  • ขูดเนื้อเยื่อเจริญรุ่งเรืองออกให้หมด
  • ห่อด้วยขุยมะพร้าวที่มีความชื้นหรือใช้ตุ้มตอนเสร็จ ผูกเปาะหัวด้านหลังให้แน่น แล้วทิ้งเอาไว้ประมาณ 30-45 วัน เมื่อรากออกมาแล้วใช้กรรไกรตัดกิ่งตัดเพื่อนำไปแช่น้ำจนถึงอิ่มตัว
  • นำไปชำต่อในถุงดำขนาด 5x8 นิ้ว ที่ผสมดิน 1 ส่วน แกลบ 1 ส่วน และเมื่อกิ่งที่ชำเดินรากได้ดิบได้ดีในถุงสีดำและแข็งแรงแล้วจึงนำไปปลูกต่อไป
การเตรียมพื้นที่ปลูก

  • พื้นที่ลุ่ม จัดแจงพื้นที่โดยการทำคันนาให้มีความกว้างโดยประมาณ 6-8 เมตร ส่วนสูงให้สังเกตจากจำนวนน้ำที่เคยท่วมสูงโดยให้อยู่สูงขึ้นมากยิ่งกว่า แนวระดับน้ำท่วม 50 ซม. แทงร่องหรือตรอกร่องทำประตูน้ำเพื่อ ระบายน้ำเข้าออก ขนาดร่องน้ำกว้าง 1.5 เมตร ลึก 1 เมตร พื้นที่ร่องกว้าง 0.5-0.7 เมตร ใช้ระยะปลูก 5X5 เมตร
  • พื้นที่ดอน ควรจะไถพรวนเพื่อกำจัดวัชพืช และก็ทำให้ดินร่วนซุย ใช้ระยะปลูก 4 x 4 – 6 x 6 เมตร ดังนี้ขึ้นอยู่กับความอุดมสมบูรณ์ของดิน
วิธีการปลูก
ควรปลูกในตอนต้นหน้าฝน ควรขุดหลุมปลูก ให้มีขนาดกว้างและก็ลึกประมาณ 50 เซนติเมตร ผสมดิน ปุ๋ยหมัก และปุ๋ยร็อคฟอสเฟตเข้าด้วยกัน ในหลุมให้ สูงราว 2 ใน 3 ของหลุม ยกถุงกล้า ต้นไม้วางในหลุม โดยให้ระดับของดินในถุงสูงขึ้นยิ่งกว่า ระดับดินปากหลุมเล็กน้อย ใช้มีดที่คม กรีดถุง จากก้นถุงขึ้นมาถึงปากถุงอีกทั้ง 2 ด้าน (ช้ายรวมทั้งขวา) ดึงถุงพลาสติกออก โดยระวังไม่ให้ดินแตก กลบดินที่เหลือลงในหลุม กดดินรอบๆโคนต้นให้แน่น ปักไม้หลักและผูกเชือกยึด เพื่อคุ้มครองปกป้องลมพัดโยก หาวัสดุปกคลุมดินบริเวณโคนต้น ได้แก่ ฟางข้าว ต้นหญ้าแห้ง รดน้ำให้โชก ทำร่มเงา เพื่อช่วยพรางแสงอาทิตย์
การกระทำดูแล การให้น้ำ ควรมีการให้น้ำอย่างสม่ำเสมอ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ในช่วง ที่ปลูกใหม่ๆควรให้น้ำวันละครั้งเป็นอย่างต่ำ (กรณีฝนไม่ตก) ภายหลังปลูกโดยประมาณ 15 วัน มะนาวสามารถตั้งตัวได้แล้ว ให้น้ำเดือนละ 2-3 ครั้ง แล้วก็ควรหา สิ่งของมาปกคลุมดินรอบๆโคนต้น เพื่อช่วยรักษาความชื้น                ควรเริ่มงดให้น้ำ ตั้งแต่ตอนมี.ค. เป็นต้นไป จนถึงช่วงออกดอก เพื่อให้มะนาวสะสม ของกินให้มากถึงระดับที่สามารถสร้างตาดอกได้ ปกติมะนาวจะมีดอก ม.ย.-พฤษภาคม หลังจากมะนาวออกดอก รวมทั้งกำลังติดผลอ่อน เป็นช่วงๆที่มะนาวต้องการน้ำมากมาย เพื่อใช้ในการเจริญวัย ของผล

     ส่วนประเภทมะนาวที่มีการปลูกกันมากในไทย เป็นต้นว่า

  • มะนาวไข่ ผลกลม หัวท้ายยาวคล้ายมะนาวหนัง เมื่อโตเต็มกำลังผลมีลักษณะกลมมน เปลือกบางผลโต กว่ามะนาวหนัง
  • มะนาวแป้น ผลใหญ่ ออกจะกลมแป้น เปลือกบาง มีน้ำมาก นิยมใช้บริโภคมากยิ่งกว่าพันธุ์อื่นๆเชิงการค้าจะปลูกมะนาวประเภทแป้นดกพิเศษ สามารถบังคับให้ออกฤดูแล้งได้ง่าย
  • มะนาวหนัง ผลอ่อนกลมยาวหัวท้ายแหลม เมื่อโตเต็มกำลังผลจะมีลักษณะกลมค่อนข้างยาว มีเปลือกดก ทำให้เก็บรักษาผลประโยชน์นาน


ส่วนประกอบทางเคมี น้ำจากผลมีกรด citric acid, malic acid, ascorbic acid,  ผิวมะนาวมีน้ำมันหอมระเหยที่มาจากผู้กระทำลั่นผิวผล ปริมาณร้อยละ 0.3-0.4 มีสารต่างๆเป็นต้นว่า  d-limonene (42-64%), alpha-berpineol (6.81%), bergamotene ผสมกับ terpinen-4-ol (3%),  alpha-pinene          citric acid       
(1.69%), geraniol (0.31%), linalool,  terpineol, camphene, bergapten (furanocoumarin)    ใบมะนาวเมื่อเอามาสกัดน้ำมันหอมระเหยโดยการ    camphene
ต้มกลั่น (hydrodistillation) ได้น้ำมันหอมระเหยจำนวนร้อยละ 0.27  ส่วนประกอบทางเคมีของน้ำมันมีสารต่างๆยกตัวอย่างเช่น  6-methyl-5-hepten-2-one (3.19), limonene (44.82), neral (4.95), geranial (7.66) , geranyl acetate (8.98), caryophyllene oxide (2.31) ส่วนข้อมูลทางโภชนาการของมะนาวมีดังนี้

  • พลังงาน 30 กิโลแคลอรี
  • คาร์โบไฮเดรต 10.5 กรัม
  • น้ำตาล 1.7 กรัม
  • เส้นใย 2.8 กรัม terpineol
  • ไขมัน 0.2 กรัม
  • โปรตีน 0.7 กรัม
  • วิตามินบี 1 0.03 มก.
  • วิตามินบี 2 0.02 มก.
  • วิตามินบี 3 0.2 มก.
  • วิตามินบี 5 0.217 มิลลิกรัม
  • วิตามินบี 6 0.046 มก.
  • วิตามินบี 9 8 ไมโครกรัม
  • วิตามินซี 29.1 มก.
  • แคลเซียม 33 มิลลิกรัม
  • เหล็ก 0.6 มิลลิกรัม
  • แมกนีเซียม 6 มก.
  • ฟอสฟอรัส 18 มิลลิกรัม
  • โพแทสเซียม 102 มิลลิกรัม
  • โซเดียม 2 มิลลิกรัม ที่มา : Wikipedia
ประโยชน์/สรรพคุณ
น้ำมะนาวมีคุณค่าสำหรับการเป็นสารให้ความเปรี้ยว ผิวมะนาวมีกลิ่นหอมหวนจากน้ำมันหอมระเหย มะนาวเป็นเครื่องปรุงรสของกินไทยที่ขาดเสียไม่ได้ เป็นองค์ประกอบรสเปรี้ยวหลักของน้ำพริก ส้มตำ ยำทุกชนิด ลาบแล้วก็ของกินไทยอีกอีกเพียบเลย ต่างประเทศใช้มะนาวในของคาวหวาน ยกตัวอย่างเช่น ในพายมะนาวของเมืองฟลอริด้า อเมริกา
น้ำมะนาวเว้นเสียแต่ใช้แต่งรสเปรี้ยวในอาหารหลาย ชนิดแล้ว ยังนำมาใช้เป็นเครื่องดื่ม ผสมเกลือ แล้วก็น้ำตาล เป็นน้ำมะนาว ซึ่งมีชื่อเสียงกันดีในประเทศไทย และก็ต่างแดนทั่วโลก นอกเหนือจากนี้เครื่องดื่มที่มีส่วนผสมที่เป็นแอลกอฮอล์บางประเภทยังนิยมฝานมะนาวเป็นชิ้นบางๆแทงไว้กับขอบแก้ว เพื่อใช้แต่งรส
โดยด้านในผลมะนาวมีน้ำมันหอมระเหยถึงจำนวนร้อยละ 7 น้ำมะนาวก็เลยมีประโยชน์สำหรับใช้เป็นส่วนประกอบน้ำยาที่ใช้สำหรับเพื่อการทำความสะอาด เครื่องหอม การบำบัดด้วยกลิ่น (aromatherapy) หรือน้ำยาสำหรับล้างจาน
นอกจากนั้นยังมีการใช้ประโยชน์จากมะนาวด้านอื่นๆอีกเช่น หุงข้าวให้ขาวรวมทั้งอร่อยขึ้น ด้วยการใช้น้ำมะนาวประมาณ 2-3 ช้อนนำไปซาวข้าว  ทอดไข่ให้ฟูแล้วก็นิ่ม มะนาว 4-5 หยดจะช่วยได้  มะนาวช่วยลดกลิ่นคาวจากปลาเมื่อทำอาหารและก็ทำให้ปลาคงรูปไม่เหลว เมื่อใช้มีดผ่าปลีกล้วย มีดจะมีสีม่วงหมู่ ล้างออกทุกข์ยากลำบาก เอามานาวที่ผ่าแล้วมาเช็ดตามใบมีด จะช่วยให้มีดสะอาดดังเดิม  การเชื่อมกล้วยหักมุกให้น่ากิน เมื่อน้ำตาลเดือดเป็นยางมะตูมแล้ว ให้บีบมะนาวครึ่งซีกลงไป จะช่วยให้กล้วยใส น่ากินเพิ่มมากขึ้น  มะนาว 2-3 ลูกใส่เอาไว้ข้างในถังข้าวสารช่วยคุ้มครองป้องกันมอดได้  ส่วนการแปรรูปมะนาว มะนาวแปรรูปได้ อาทิเช่น น้ำมะนาวทำกับข้าว มะนาวแช่อิ่มตากแห้ง น้ำมะนาวเข้มข้น มะนาว ผง เครื่องดื่มผสมน้ำมะนาว แยมมะนาว เยลลีมะนาว แยมเปลือกของมะนาว แยมนะนาวดอง มะนาวดองเค็ม มะนาวหวาน กิมจ้อมะนาว เปลือกของมะนาวสามรส เปลือกของมะนาวเส้นปรุงรส เปลือกมะนาวเชื่อม เปลือกของมะนาวแช่อิ่ม มาร์มาเลดมะนาว เป็นต้น
ส่วนสรรพคุณทางยานั้นระบุว่า ตำราเรียนยาไทยผิวมะนาวจัดอยู่ใน “เปลือกส้ม 8 ประการ” มี ผิวส้มเขียวหวาน ผิวส้มจีน ผิวส้มซ่า ผิวส้มโอ ผิวส้มจังหวัดตรังกานู ผิวมะงั่ว ผิวมะกรูด และก็ผิวมะนาว (หรือผิวส้มโอมือ) มีสรรพคุณแก้ลมกองละเอียด กองหยาบคาย แก้เสมหะโลหะ ใช้ปรุงยาหอม แก้ทางลม
           นอกจากนี้บัญชียาจากสมุนไพร: ที่มีการใช้ตามองค์ความรู้ดั้งเดิม ตามประกาศ คณะกรรมการแห่งชาติด้านยา ปรากฏการใช้ผิวมะนาว ในยารักษาอาการทางระบบไหลเวียนโลหิต (แก้ลม) ปรากฏตำรับ”ยาหอมเทพจิตร” มีส่วนประกอบของผิวมะนาว อยู่ใน ”เปลือกส้ม 8 ประการ” ร่วมกับสมุนไพรจำพวกอื่นๆในตำรับ มีคุณประโยชน์สำหรับเพื่อการแก้ลมหน้ามืด แก้อาการหน้ามืด ตาลาย ใจสั่น คลื่นเหียนอาเจียน อ้วก แก้ลมจุกแน่นในท้อง
                ส่วนในทางการแพทย์แผนปัจจุบันระบุถึงสรรพคุณของมะนาวว่า สารดี-ลิโมนิน (d-limonin) เป็นสารที่ก่อให้เกิดความขมในน้ำมะนาว น้ำมันผิวมะนาว (lime oil) พบได้ทั่วไปรอบๆผิวเปลือกมะนาวมีสารดี-ลิโมนิน เป็นส่วนประกอบหลักเกินกว่าปริมาณร้อยละ 90 พบว่าน้ำมันผิวมะนาว มีคุณลักษณะปกป้องแล้วก็รักษาโรคมะเร็งหลากหลายประเภท
คนตะวันตกทั่วๆไปมักดื่มน้ำส้ม หรือน้ำจากผลพืชตระกูลส้ม เป็นต้นว่า ส้มโอ หรือมะนาว ประกอบกับข้าวเช้า น้ำผลไม้เหล่านี้มีวิตามินซี และมีสารกลุ่มฟลาโวนอยด์ (flavonoid) มีสารเฮสเพอริดิน (hesperidin) รูทิน (rutin) และก็นาริงจิน (naringin) และลิโมนิน เป็นฟลาโวนอยด์หลักของพืชเครือญาติส้ม จากนี้จะเรียกสารกลุ่มนี้ว่าฟลาโวนอยด์ส้ม (citrus bioflavonoid)
สารกลุ่มฟลาโอ้อวดนอย์ส้มนี้มีรายงานทางการแพทย์ตะวันตกว่าใช้เพื่อการรักษาไข้จับสั่น โรครูมาว่ากล่าวสม์เรื้อรังรวมทั้งโรคเกาต์ ใช้สำหรับในการปกป้องโรคเลือดออกตามไรฟัน ป้องกันการตกเลือดข้างหลังคลอด และช่วยบรรเทาอาการระคายคอจากการต่อว่าดเชื้อรวมทั้งโรคลักปิดลักเปิด ซึ่งโรคที่เกิดขึ้นได้เพราะมีสาเหตุเนื่องมาจากการได้รับวิตามินซีในอาหารน้อยเกินไป ซึ่งอาจจะทำให้มีลักษณะของโรคเกิดขึ้นข้างใน 8-12 สัปดาห์ คนเจ็บมักมีลักษณะเหมือนป่วยไข้ อ่อนแรง ง่วงซึม โลหิตจาง ปวดกล้าม เจ็บกระดูก มีแผลบวมช้ำหรือบวมง่าย มีจุดเลือดออกแดงๆตามผิวหนัง กำเนิดโรคทางปริทันต์ เป็นแผลแล้วหายยาก อารมณ์แปรปรวน หรือมีสภาวะไม่มีชีวิตชีวา สำหรับประโยชน์ต่างๆที่ได้รับจากน้ำมะนาวต่อโรคนี้ มีการวิจัยเมื่อก่อนที่ให้ผู้ป่วยโรคนี้รับประทานส้มกับมะนาวเหลือง พบว่าคนไข้สามารถฟื้นตัวได้อย่างสมบูรณ์แล้วก็รวดเร็วทันใจ เมื่อเทียบกับผู้ป่วยอีกกรุ๊ปที่ทานอาหารจำพวกอื่น ยิ่งไปกว่านี้ในน้ำมะนาวยังมีกรด citric ซึ่งมีรสเปรี้ยว จะเป็นตัวกระตุ้นให้มีการขับน้ำลายออกมาทำให้เปียกแฉะคอ จึงช่วยทุเลาลักษณะการเจ็บคอได้
รูปแบบ/ขนาดวิธีการใช้
อาการไอ  ระคายคอจากเสมหะใช้น้ำจากผลที่โตสุดกำลัง  เพิ่มเกลือเล็กน้อย  จิบเป็นประจำหรือ จะทำน้ำมะนาวเพิ่มเติมเกลือและก็น้ำตาลนิดหน่อย           อาการท้องอืดท้องอืด แน่นจุกเสียด   ใช้เปลือกผลสด 1/2-1 ผล ฝานเป็นชิ้นเล็กๆบางๆชงด้วยน้ำเดือด ปิดฝาทิ้งเอาไว้ 5-10 นาที ดื่มแต่น้ำขณะมีอาการ หรือหลังอาหาร 3 เวลาใช้มะนาว 1 ผล บีบเอาน้ำมะนาวมาชงกับน้ำร้อนดื่มหรือใช้มะนาวฝานบางๆจิ้มเกลือกินจะช่วยขับเสมหะได้เช้าตรู่หลังจากที่ตื่นนอนขึ้นมาแล้ว ดื่มน้ำอุ่น 1 แก้ว บีบมะนาว 1/4 ผล (หรือใส่เกลือน้อย) จะช่วยทุเลาท้องผูก รวมทั้งช่วยกำจัดพิษออกมาจากร่างกายน้ำมะนาวผสมผงกำมะถันใช้ทาก่อนนอน แก้อาการขี้กลาก เกลื้อน หิดใช้น้ำมะนาวทาที่ตุ่มคัน ทิ้งเอาไว้ให้แห้ง ล้างน้ำสบู่แล้วขัดให้แห้ง แล้วก็ใช้แป้งทาตุ่มคัน แก้น้ำกัดเท้าในด้านความสวยงาม ผลัดเซลล์ผิว ลดรอยด่างดำ ใช้น้ำมะนาว 1 ช้อนชา ผสมน้ำผึ้ง 2 ช้อนโต๊ะ คนจะกว่าจะเข้ากัน ทาให้ทั่วบริเวณใบหน้า ทิ้งเอาไว้สักประเดี๋ยว ล้างออกโดยใช้น้ำสะอาดแล้วซับให้แห้ง ทำสัปดาห์ละครั้ง ผิวหน้าจะมองผ่องใส หรือใช้น้ำมะนาวผสมน้ำแช่อาบใช้ในการแก้ไข้ทับรอบเดือน ด้วยการเอาใบมะนาวประมาณ 100 ใบมาต้มกินช่วยแก้ลิ้นเป็นฝ้า ด้วยการใช้สำลีชุบน้ำมะนาวเช็ดถูที่ลิ้นวันละ 2-3 ครั้ง
การศึกษาทางเภสัชวิทยา การศึกษาเล่าเรียนสัตว์ทดสอบในหนู พบว่าเมื่อให้สารเฮสเพอริดินซึ่งเป็นฟลาโวนอยด์หลักจากเปลือกในพืชเชื้อสายส้มกับหนูไขมันสูง ส่งผลเพิ่มไขมันที่ดี (เอชดีแอล-คอเลสเตอรอล) ลดไขมันไม่ดี (แอลดีแอล-คอเลสเตอรอล) ลดจำนวนไขมันรวมแล้วก็ไตรกลีเซอไรด์ ในหนูดังที่กล่าวมาข้างต้น รวมทั้งมีผลลดความดันเลือดและก็ขับปัสสาวะในหนูความดันสูง การทดลองในห้องปฏิบัติในแคนที่นาดาการพบว่า ฤทธิ์ดังที่กล่าวถึงมาแล้วของฟลาโวนอยด์ส้มมีเหตุมาจากผลของการกระตุ้นหลักการทำงานของยีนรีเซปเตอร์ไขมันไม่ดี (แอลดีแอล) ในตับในตำแหน่งที่ควบคุมโดยสเตอรอคอยล (sterol regulatory element, SRE)
ในสหรัฐอเมริกา งานศึกษาค้นคว้าและการวิจัยในสัตว์ทดลองพบว่า ฟลาโวนอยด์ส้มสองกรุ๊ป ดังเช่นว่ากลุ่มเฮสเพอริดิน รวมทั้งกลุ่มโพลีเมโททอกซิเลตฟลาโม้น (PMFs) มีฤทธิ์ลดคอเลสเตอรอลในพลาสม่าของสัตว์ทดสอบ ซึ่งเกื้อหนุนผลที่เกิดจากงานวิจัยในหนูถีบจักรของแคนาดา
เมืองจีน งานศึกษาวิจัยพบว่า ที่นาริงจิน และเฮสเพอริดินซึ่งเป็นฟลาโวนอยด์ส้มมีฤทธิ์กระตุ้นลักษณะการทำงานของยีนอะดีโพเนกทิน (adiponectin) ซึ่งเป็นยีนสำคัญในเมตาบอลิซึมของเดกซ์โทรสแล้วก็ไขมันที่เกี่ยวพันกับการสร้างพลัคตันของเส้นเลือดและวิธีการอักเสบ ผลการศึกษาเรียนรู้และค้นคว้ารวมทั้งการวิจัยบอกว่าฟลาโวนอยด์ส้ม 2 ชนิดแสดงผลต้านการเกิดพลัคโดยกระตุ้น perovisome proliferator-activated receptor (PPAR) แล้วก็ยีนอะดีโพเนกทินในเซลล์ไขมันอะดีโพไซต์
นอกจากนั้น สารทั้งสองยังมีฤทธิ์เอสโทรเจนอย่างอ่อน ส่งผลต่อการสร้างไนตริกออกไซด์ในเซลล์ผนังหลอดเลือดผ่านการกระตุ้นรีเซปเตอร์ของเอสโทรเจน ก็เลยมีฤทธิ์ปกป้องการเกิดโรคเส้นโลหิตหัวใจ เป็นเหตุให้สนับสนุนการกินมะนาว และก็ฟลาโวนอยด์ส้มเพื่อลดจำนวนคอเลสเตอรอลในเลือด คุ้มครองปกป้องโรคเส้นโลหิตหัวใจ โดยเฉพาะในหญิงวัยทอง
งานวิจัยหนึ่งพบว่า น้ำมะนาวเข้มข้น (concentrated lime juice, CLJ) มีฤทธิ์กระตุ้นเซลล์โมโนปรมาณูในระบบภูมิต้านทาน และโปรตีนในน้ำมะนาวเข้มข้นมีฤทธิ์ต้านการแบ่งตัวของเซลล์ของมะเร็ง การศึกษาในห้องแลปในมลรัฐเท็กซัสและก็แคลิฟอเนีย ประเทศสหรัฐอเมริกาพบว่า สารกรุ๊ปฟลาโวนอยด์ส้มมีฤทธิ์ต้านทานออกซิเดชั่นพอประมาณ แต่ว่าต่ำกว่าฟลาโวนอยด์ในพืชเชื้อสายขิง มีบทความด้านการแพทย์พูดว่า ฟลาโวนอยด์ส้มยั้งการเจริญของเซลล์ของมะเร็งลำไส้ใหญ่ ปอด โพรงปาก กระเพาะอาหาร รวมทั้งมะเร็งเต้านมจากการทดสอบในห้องทดลองแล้วก็ในสัตว์ทดสอบหลายแบบ แต่ว่ายังไม่พบผลการศึกษาวิจัยทางคลินิก
ส่วนฤทธิ์ทางเภสัชวิทยาของมะนาวที่เกี่ยวกับแก้เจ็บคอมีดังต่อไปนี้  ฤทธิ์ต่อต้านเชื้อแบคทีเรีย มีการทำการค้นคว้าผลของอีกทั้งน้ำมันหอมระเหยรวมทั้งสารสกัด พบว่า น้ำมันหอมระเหยมีฤทธิ์ยั้งเชื้อ Bacillus cereus และก็ E. coli สารสกัด 80% เอทานอลจากเปลือกผิว มีฤทธิ์ยั้งเชื้อ Staphylococcus aureus แล้วก็ Bacillus cereus สารสกัดจากเมล็ดมีฤทธิ์ยั้งเชื้อ Bacillus subtilis, E. coli. Pseudomanas cichorii รวมทั้ง Salmonella typhimurium สารสกัดเอทานอลจากส่วนกิ่ง (branches) ความเข้มข้น 20 มก./มล. ไม่มีฤทธิ์ยับยั้งเชื้อ Staphylococcus aureus, Bacillus subtilis แล้วก็ Streptococcus faecalis
การศึกษาทางพิษวิทยา การทดลองความเป็นพิษ  เมื่อให้น้ำสกัดจากใบมะนาวทางปาก หรือฉีดเข้าใต้ผิวหนังหนูเม้าส์ ด้วยขนาด 10 กรัม/กิโลกรัมน้ำหนักตัว (เสมอกันกับ 1,852 เท่าของขนาดที่ใช้ในคน) ไม่เจอความแปลกใดๆก็ตามเมื่อป้อนสารสกัดรากมะนาวด้วยน้ำครั้งเดียวทางปาก ในขนาด 5 กรัม/โลน้ำหนักตัว ให้หนูแรทไม่พบว่าเป็นพิษอีกทั้งแบบเฉียบพลันรวมทั้งครึ่งหนึ่งเรื้อรัง แม้กระนั้นพบว่าในหนูที่ได้รับสารสกัด 1.2 กรัม/โลน้ำหนักตัว/วัน  มีเอ็นไซม์ในตับเพิ่มขึ้นแม้กระนั้นยังอยู่ในตอนปกติ และไม่เจอความเปลี่ยนไปจากปกติของอวัยวะภายใน  ส่วนสารสกัดจากเปลือกผิวมะนาวส่งผลยั้งฤทธิ์ก่อกลายพันธุ์  แล้วก็การทดสอบฤทธิ์ระคายโดยกระบวนการ Patch test พบว่าสารสกัดจากมะนาวได้ผล positive
ข้อแนะนำ/ข้อควรไตร่ตรอง

  • การทาน้ำมันมะนาวลงบนผิวหนังโดยตรงบางทีอาจไม่ปลอดภัยในมีผิวหนังแพ้ง่าย ที่สามารถส่งผลให้ผิวหนังไวต่อแดดอย่างมาก โดยเฉพาะผู้ที่มีผิวออกจะขาว ภายหลังจากการใช้น้ำมันมะนาวทาลงผิวหนังจำเป็นต้องทาครีมป้องกันแดดและสวมเสื้อผ้ามิดชิดเพื่อคุ้มครองก่อนออกไปพบเจอกับแสงอาทิตย์
  • รสเปรี้ยวของมะนาวอาจส่งผลให้กำเนิดท้องเสียหรือท้องร่วงได้ถ้าหากรับประทานมากเกินความจำเป็น
  • ภายหลังดื่มน้ำมะนาวแล้วไม่สมควรแปรงฟันทันทีเพราะว่าอาจจะทำให้สารเคลือบฟันตามธรรมชาติหลุดได้
  • ถ้าเกิดดื่มหรือรับประทานมะนาวบ่อยๆแล้วก็เป็นระยะเวลาที่ยาวนานติดต่อกันอาจก่อให้ฟันผุร่อนได้
  • ผู้ที่มีภาวการณ์โลหิตจางไม่ควรกินมะนาว เพราะรสเปรี้ยวจะไปกัดฟอกโลหิตนำมาซึ่งอันตรายได้
  • ยาบางจำพวกที่จะถูกเปลี่ยนแปลงด้านในตับ โดยมะนาวบางทีอาจส่งให้ช่วงเวลาสำหรับการเปลี่ยนรูปของยาเหล่านี้ลดลง การกินน้ำมะนาวขณะกินยาบางชนิดที่เปลี่ยนรูปในตับจึงอาจจะส่งผลให้ส่งผลใกล้กันเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ยกตัวอย่างเช่น ยาคีโตโคนาโซล (Ketoconazole) ไอทราโคนาโซล (Itraconazole) เฟกโซเฟนาดีน (Fexofenadine) สามอาโซแลม (Triazolam) ด้วยเหตุนั้น ก่อนกินมะนาวควรขอความเห็นแพทย์เกี่ยวกับยาที่ใช้อยู่ด้วย
เอกสารอ้างอิง

  • วิทย์ เที่ยงบูรณธรรม. 2536. พจนานุกรมสมุนไพรไทย. กรุงเทพ ฯ : พิมพ์ครั้งที่ 2, สำนักพิมพ์สุริยบรรณ.
  • รวี เสรฐภักดี.2553.คู่มือประกอบการฝึกอบรมโครงการปลูกมะนาวและการผลิตมะนาวนอกฤดู:การสร้างสวนไม้ผลยุคใหม่ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ วิทยาเขตกำแพงแสน.นครปฐม
  • Sethpakdee, R. 1992. Citrus aurantifolia (Christm. & Panzer) Swingle . In: L.P.A. Oyen and Nguyen Xuan Dung (Editors): Plant Resourses of South-East Asia No 2. Edible fruits and nuts. Prosea Foundation, Bogor, Indonesia. pp. 126-128.
  • รศ.สุธาทิพ ภมรประวัติ.มะนาว ลดคลอเรสเตอรอลป้องกันโรคหลอดเลือด.นิตยสารหมอชาวบ้าน.เล่มที่354.คอลัมน์บทความพิเศษ.ตุลาคม.2551.
  • มะนาว.ฐานข้อมูลเครื่องยาคณะเภสัชศาสตร์มหาวิทยาลัยอุบลราชธานีธิราภา แสนเสนา นพดล กิตติวราฤทธิ์ มาลิน จุลศิริ รุ่งระวี เติมศิริฤกษ์กุล. ฤทธิ์ต้านเชื้อและฤทธิ์ต้านการก่อกลายพันธุ์ของสารสกัดจากผิวผลพืชตระกูลส้ม. โครงการพิเศษ คณะเภสัชศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล, 2536.
  • มะนาว.สมุนไพรที่ใช้ในงานสาธารณสุขมูลฐาน.สำนักงานข้อมูลสมุนไพรคณะเภสัชศาสตร์มหาวิทยาลัยมหิดล http://www.disthai.com/
  • อรรถศิษฐ์  วงศ์มณีโรจน์.2553.คู่มือประกอบการฝึกอบรมโครงการปลูกมะนาวและการผลิตมะนาวนอกฤดู ดินและปุ๋ยสำหรับการปลูกมะนาวมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ วิทยาเขตกำแพงแสน.นครปฐม.ไม้ผลเศรษฐกิจ.ฉบับที่102(251)/2552.วารสารเมืองไม้ผล.เทคนิคการปลูกมะนาวพันธุ์แป้นเกษตรดกพิเศษให้ออกในช่วงฤดูแล้ง.88-93 น.
  • Prabuseenivasan, S. et al. 2006. Invitro antibacterial activity of some plant essential oils. BMC Complement Altern Med 30(6):39
  • ประโยชน์ของมะนาวต่อการรักษาโรคได้ผลชัวร์หรือไม่.พบแพทย์ดอทคอม
  • อาจินต์ ปัญจพรรค์. ขุดทองในบ้าน. กรุงเทพฯ: โรงพิมพ์อนงค์ศิลป์การพิมพ์, 2524.
  • Ross SA, El-Keltawi NE, Megalla SE. Antimicrobial activi